“อนุทิน” เผย หารือ “วันนอร์” มอบบทบาทช่วยคลี่คลายปัญหาชายแดนใต้ เน้นสร้างความเข้าใจ ไม่ใช้กฎหมายแข็งกร้าว และเร่งขยายผลคดียิง สส.นราธิวาส ถึงผู้บงการ พร้อมย้ำพรรคประชาชาติหนุนรัฐบาลเต็มที่ เดินหน้าประชุม ครม.สัญจร ลงพื้นที่แก้ปัญหาจริงจัง
วันนี้ (23 เม.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลัง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าพบเพื่อหารือเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนเดินทางกลับ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เดินออกมาส่งด้วยตัวเอง ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นการหารือในครั้งนี้
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพรวมว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นไปตามการนัดหมาย และถือเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีของนายวันมูหะมัดนอร์ อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีสำนักงานทำงานอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยได้มีการหารือถึงประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
และได้มีการพูดคุยถึงกรณีการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนปอเนาะ จำเป็นต้องอาศัยแนวทางการทำงานเชิงสังคมและวัฒนธรรม ไม่ใช่การใช้อำนาจรัฐเข้าไปดำเนินการ โดยได้ขอให้นายวันมูหะมัดนอร์ สามารถสั่งการในนามของตนได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ พร้อมจะทำหน้าที่ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการและฝ่ายปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจด้วยความละมุนละม่อม ใช้ไมตรีจิต ความเป็นพี่น้อง และภราดรภาพในการแก้ไขปัญหา
ขณะเดียวกัน ยังได้หารือถึงความคืบหน้าคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว และจะมีการสอบสวนขยายผลไปให้ถึงผู้บงการให้ได้มากที่สุด ยืนยันว่าจะไม่มีการตัดตอนคดีในทุกระดับ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ในส่วนของภาพรวมการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ระบุว่า มีหลายประเด็นที่ต้องดำเนินการร่วมกัน โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพและประสบการณ์ หากมีการลงพื้นที่ก็จะเชิญร่วมคณะไปด้วย รวมถึงในกรณีที่มีการหารือกับประเทศมุสลิม หรือประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน รวมถึงประเทศในตะวันออกกลาง หากมีการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ นายวันมูหะมัดนอร์ ก็พร้อมเข้าร่วม เนื่องจากมีเครือข่ายความสัมพันธ์จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล เมื่อได้รับฟังก็รู้สึกชื่นใจ และมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้ภารกิจต่างๆ สำเร็จลุล่วงได้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว หากสามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่ากับบทบาทที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมย้ำว่า ในมิติทางการเมือง พรรคประชาชาติซึ่งมีฐานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับประเด็นภาพการถ่ายรูปร่วมกับสมาชิกพรรคประชาชาติในช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันพรรคดังกล่าวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และในช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมแล้ว รัฐบาลจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ โดยจะมีการจัดประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์ รวมถึงการประชุมร่วมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่องและเป็นเอกภาพมากที่สุด
ในส่วนของการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยเบื้องต้นมีแนวคิดจะเริ่มจากพื้นที่ภาคเหนือก่อน แล้วจึงไล่ลงมา แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมของช่วงเวลา เนื่องจากใกล้เข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้คำนึงถึงพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วย
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในรัฐบาลชุดนี้ จะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ประชุม แต่จะเป็นการลงพื้นที่ทำงานจริง คลุกคลีอยู่กับหน้างาน เพื่อให้รับรู้ปัญหาด้วยตนเอง และสามารถสั่งการแก้ไขได้ทันที โดยจะไม่ใช่การประชุมเชิงพิธีการ และจะไม่มีการมอบหมายต่อหากตนเข้าร่วมประชุม แต่จะติดตามงานให้จบในทุกประเด็น รวมถึงการลงพื้นที่จะต้องใช้เวลาอย่างเพียงพอ ไม่ใช่เพียงไปปรากฏตัวระยะสั้นแล้วเดินทางกลับทันที แม้จะต้องใช้เวลานอกเหนือจากกำหนดก็พร้อมดำเนินการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงกรณีนักวิชาการบางส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่าทำงานไม่เป็น ว่า มีนายกรัฐมนตรีพฤติกรรม เช่น การถุย เป็นน่าอดสู ระบุว่า นักวิชาการที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเช่นนั้น ถือว่าน่าอดสูยิ่งกว่า


