‘สส.ปชน.’ จี้ รัฐบาลดันร่างกฎหมายสถานบริการ ด้าน ‘จรยุทธ’ ปูดถนนข้าวสาร ร้านเหล้าเป็นร้อย แต่มีใบอนุญาตแค่ 6 ร้าน ต้องจ่ายส่วยให้ 10 กว่าหน่วยงาน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เมษายน ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงกรณีร่างแก้ไขพระราชบัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ
นายภัณฑิล กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้มีการยื่นไปตั้งแต่สมัยที่แล้ว แต่เกิดการยุบสภาก่อน ซึ่งได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นที่เรียบร้อย ตนอยากเรียกร้องรัฐบาลให้บรรจุร่างนี้กลับเข้ามา ในสมัยสภานี้โดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดในพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่ง แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพราะการที่จะเปิดสถานบริการในปัจจุบัน ในเรื่องจะมีปัญหาในเรื่องการขอใบอนุญาต ซึ่ง 80%- 90% สถานบริการ ที่เปิดในประเทศไทยนั้นเป็นสถานบริการเถื่อน และมีโอกาสที่จะถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องจ่ายส่วนสูงมาก การที่จะเปิดร้านในร้านหนึ่งไม่ว่าพื้นที่นั้น ไม่ว่าจะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีการแสดงดนตรี มีพนักงานบริการ
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนิยามของคำพวกนี้ ใน พ.ร.บ.ฉบับเก่าไม่มีอยู่แล้ว และก็ไม่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน อย่างคำว่ารำวง รองเง็ง โรงน้ำชา ซึ่งเป็นคำนิยามที่เก่าและโบราณมาก แต่ในปัจจุบันร้านกาแฟบางร้านก็มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน นี่เป็นปัญหาของคำนิยาม ขณะที่เรื่องการขอใบอนุญาต หนึ่งร้านจะต้องมีการขอใบอนุญาตหลายใบทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสับสนว่าจะต้องขออะไร ที่ไหนบ้าง และการขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ถูกต้อง ขอไม่ได้ เพราะมีปัญหาเรื่องโซนนิ่ง อย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลายพื้นที่ก็ไม่มีโซนนิ่ง ทำให้มีการเปิดร้านขึ้นมาเต็มไปหมด ซึ่งเราจะต้องแก้ไขโดยการกระจายอำนาจให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มาเป็นผู้กำหนดโซนนิ่ง ที่สุดเพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด รู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน เกิดตรงไหนบ้าง หน่วยงานรัฐส่วนกลางอย่างกระทรวงมหาดไทย ไม่มีทางรู้เรื่องทั้งหมด ทำประชาคมแต่ละทีก็ไปถามเพียงแต่คนที่อยู่ใกล้บ้าน
นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า รวมถึงการออกใบอนุญาตและการเก็บค่าธรรมเนียมก็ควรจะเป็นหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่รัฐส่วนกลาง นอกจากนี้ สำหรับพ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ก็อยากจะทำให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส ไม่ต้องขอเอกสารหลายที่แต่ไปที่เดียวก็ให้จบ และจะไม่ทำให้เกิดการเสียโอกาสในการจัดจัดเก็บรายได้ รวมถึงป้องกันการสนับสนุนธุรกิจที่อยู่ใต้ดิน ทั้งนี้ จะมีการจัดกิจกรรมในเดือนพฤษภาคม ที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องคู่ไปกับการจัดทำ พ.ร.บ. ที่คาดหวังว่าจะเข้าสู่สภา ในสมัยนี้ให้ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นปัจจุบัน
ขณะที่นายปารเมศ กล่าวว่า ในส่วนเขตพื้นที่ของตน เช่น ถนนข้าวสาร สีลม เป็นพื้นที่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับธุรกิจกลางคืน เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าธุรกิจกลางคืนเป็นการสร้างเม็ดเงิน เข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่เราต้องคำนึง คือเรื่องผลกระทบต่อผู้พักอาศัยในพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ข้าวสาร เรื่องเสียง ตนได้ต่อสู้มานานตั้งแต่สมัยที่แล้ว ฉะนั้น การยื่นร่างพ.ร.บ.สถานบริการฉบับใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์สอดคล้องกับสังคมของปัจจุบัน รวมถึงเรื่องเวลาเปิดปิด เพราะทุกวันนี้เวลาเปิดปิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมาย แต่ขึ้นว่าเจ้าหน้าที่จะอะลุ่มอล่วยมากน้อยแค่ไหน โดยกฎหมายฉบับนี้จะทำให้สิ่งเหล่านี้รัดกุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงเรื่องโซนนิ่ง เพราะสิ่งที่เราพยายามจะทำคือทำให้ร้านต่างๆ ที่พยายามเลี่ยงกฎหมายหรือใช้วิธีรู้โพรงทางกฏหมาย จดทะเบียนเป็นเพียงแค่ร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ตัวตนที่แท้จริงคือร้านเหล้าผับบาร์ เราต้องทำให้ร้านเหล่านี้เข้าสู่ระบบ และมีคำนิยามที่ถูกต้องจ่ายค่าทำเนียมให้ถูกต้อง รวมถึงต้องมีการควบคุมมลภาวะทางเสียง และมลภาวะต่างๆ ที่จะส่งผลต่อสังคม ยืนยันว่าเราไม่ได้ห้าม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ แต่อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมายและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ด้านนายจรยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เราได้เดินทางไปทางแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต สิ่งที่เกิดขึ้นคือร้านไม่มีใบอนุญาต ต้องจ่ายส่วย 10 หน่วยงานต่อ 1 เดือน ซึ่งการที่จะนำเงินตรงนี้ขึ้นมาได้ต้องมีกฎหมายรับรอง ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันชัดเจนว่าจะนำเงินเข้ามาในระบบได้ ซึ่งเราต้องป้องกันเจ้าของธุรกิจด้วย อย่างถนนข้าวสาร มีร้านเป็น 100 ร้าน มีร้านที่มึใบอนุญาต 6 ร้าน สภาพจริงเราเห็นว่ามีร้านต่างๆ เยอะมาก เปิดกันเกินเวลา
“ร้านที่มีใบอนุญาตไม่ได้เปิดเกินเวลาแต่ร้านอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตเปิดเกินเวลา ทุกวันนี้ก็เห็นร้านเปิดถึงตีสาม ตีสี่ บางทีถึงเช้า เจ้าของธุรกิจที่เขามีใบอนุญาตถูกต้อง หากเราไม่ได้มาช่วยป้องกันธุรกิจเหล่านี้จะอยู่ไม่ได้” นายจรยุทธ กล่าว


