ประหลาดที่สุดในโลก! “ปิยบุตร” ชี้ ร่างกฎหมายไม่เคยเข้าสภา จะล้มล้างปกครองได้อย่างไร วิจารณ์ “พรรคประชาชน” สู้เชิงความคิดเบาไป จนคนเชื่อว่า 44 สส. ไม่รอดแน่ ทั้งที่นิติสงครามครั้งนี้ ทำระบบพังทั้งประเทศ
วันนี้ (21 เม.ย.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ ม.112 ว่า เป็นเรื่องที่ประหลาดที่สุดในโลก มันไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก เขาเสนอกฎหมาย สส. มีอำนาจอยู่แล้ว มีเรื่องที่หลายคนไม่รู้ คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ถูกบรรจุในวาระประชุมสภาด้วย ถ้าคุณบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นการล้มล้างการปกครองละเมิดจริยธรรมในข้อหาไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คำถามของตน คือ การกระทำที่คุณบอกว่าไม่ยึดมั่นมันยังไม่เกิด เพราะมันยังไม่เคยถูกบรรจุเข้าสู่สภา มันไม่มีวันเกิดขึ้นได้ แล้วจะล้มล้างได้อย่างไร นิยามคำว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขคืออะไร ตอนสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พวกตนยังไปร้องเลยว่าเป็นนายกฯ ที่มาจากรัฐประหาร ดังนั้น พฤติกรรมของแกไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย
“ทหารคนหนึ่งยึดอำนาจ ผมว่ามันผิดระบอบประชาธิปไตยแน่นอน แต่การเสนอร่างกฎหมายหนึ่งฉบับ ซึ่งไม่เคยได้รับการบรรจุเข้าสู่สภาแม้แต่วินาทีเดียวมัน เป็นไปได้อย่างไร เหลือเชื่อมาก ในขณะเดียวกัน ป.ป.ช.บอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมา ก็เลยเดินตามต่อ แล้วคดีคุณศักดิ์สยามล่ะ ทำไมไม่เห็นทำตาม อย่างนี้มาบอกมีดุลพินิจ” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า หลักกฎหมาย หากทำอะไรและมีความผิด เขาต้องรู้ว่าอันนั้นเป็นความผิด แต่ตนถามง่ายๆ ถ้า 44 คนนี้รู้แล้วว่าการเสนอแบบนี้เท่ากับล้มล้างการปกครอง ผิดจริยธรรม มันจะยื่นหรือไม่ มันก็ไม่ยื่นแน่นอน เพราะเขาไม่รู้ ณ วันที่เขาทำมันไม่มีบรรทัดฐานบอกไว้ กฎหมายทุกฉบับก็เสนอได้หมด ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้ารู้ล่วงหน้าแล้วยังทำเข้าใจได้ แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ต่อไปนี้อนาคตต้องเดากันเองแล้ว ขณะเดียวกัน เอาปืน เอารถถัง ฉีกอำนาจรัฐธรรมนูญ ยังไม่โดนอะไรเลย
“คดีนี้ไม่ใช่แค่ชีวิตของ 44 คนนี้ ผมเสียดาย หลายคนมีความรู้ความสามารถ เขาต้องได้เป็นนักการเมือง ไม่น่าจะโดนตัดสินตลอดชีวิตแบบนี้ แต่นอกจากชีวิตทางการเมือง 44 คนนี้แล้ว ผมคิดว่าระบบจะพังหมดเลย หรือคุณกล้าประกาศไหมว่าใช้กับกรณีนี้กรณีเดียว” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร ระบุว่า หลักใหญ่กว่านั้น พรรคประชาชน ต้องคิดให้ชัดว่าจะเดินไปทางไหน คดี 44 สส. ตนคิดว่าพวกเขาสู้น้อยไป สู้ในกระบวนการเขาสู้อยู่แล้ว สู้ได้ดีด้วย แต่สู้ในทางความคิดว่าคดีนี้ผิดเพี้ยนอย่างไรยังน้อยไป
“ตอนสมัยอนาคตใหม่โดนเรื่องหุ้นคุณธนาธร ผมออกไปโต้ทุกวันเลย วันที่ก้าวไกล คุณพิธา โดนคดีหุ้นสื่อไอทีวี คุณชัยวัช โต้ทุกวัน แต่รอบนี้พรรคดูเหมือนไปสู้ทางคดีกันหมดแต่ไม่มีใครแถลง ส่วนที่คำร้องออกมาผมอ่านดูแล้ว ผม เฮ้ย เขียนแบบนี้ได้อย่างไร เขียนแบบว่า พวกคุณเป็นคนล้มล้างคุณเป็นคนแบบนี้กันหมดเลยใน 44 คนคือเขียนแบบนี้เพื่อไม่ให้ศาลกระดิกเลย เขียนแบบว่าหากศาลยกคำร้อง ก็แสดงว่าศาลไม่ยึดมั่นด้วยหรือไม่” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร ประเมินว่า การทำในลักษณะนี้ เดี๋ยวคนจะเชื่อว่าเป็นปกติ “คนเชื่อไปแล้วว่าไม่รอดแล้ว ในอนาคตมันก็จะกลายเป็นความผิดปกติเป็นสิ่งปกติ แล้วคนจะชินชา เดี๋ยวมันก็ทำอีก เดี๋ยวมันก็เอาไม้ไปแหย่รังแตนเอง แกว่งเท้าหาเสี้ยน มันจะไปอยู่ในรูปนั้นหมด เราต้องอธิบายตลอด เราอาจจะแพ้ก็ได้ แต่ท้ายที่สุดควรจะเกิดความคิด ความโกรธ คุณอรรถวิชช์ คุณกรณ์ เสียงดังกว่าพรรคประชาชนอีก เพราะเราชี้นำความคิดน้อยไป”


