xs
xsm
sm
md
lg

ส่องพอร์ต "โกโต" น้อง "โกเกียะ" ตระกูล "รัชกิจประการ" ว่าที่ "สส."ภท. รายล่า... รวยระดับไม่ไหวแล้วอีกคน ** “กวาง ไตรศุลี” นายกฯน้อย คู่รัฐบาลอนุทิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พิบูลย์ รัชกิจประการ - พิพัฒน์ รัชกิจประการ - อนุทิน ชาญวีรกูล
ข่าวปนคน คนปนข่าว



++ ส่องพอร์ต "โกโต" น้อง "โกเกียะ" ตระกูล "รัชกิจประการ" ว่าที่ "สส."ภท. รายล่า... รวยระดับไม่ไหวแล้วอีกคน

หลัง "ท็อป" วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทำให้ต้องเลื่อนผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 22 เข้ามาเป็น สส.แทน นั่นก็คือ "พิบูลย์ รัชกิจประการ" น้องชายของ "โกเกียะ" พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงยังเป็นบิดาของ "พีรพัฒน์ รัชกิจประการ" สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

สำหรับ"พิบูลย์ รัชกิจประการ "หรือ "โกโต" การได้เป็นสส.ครั้งนี้ ถือว่ากลับเข้าสภาผู้แทนราษฎรอีกรอบ เป็นสมัยที่ 3 ซึ่งส่องดูโปรไฟล์ของชายวัย 65ปี ผู้นี้แล้วต้องบอกว่า ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะฐานะความมั่งคั่งที่รายงานกับป.ป.ช.ไว้ เมื่อปี 2566 ด้วยการครอบครองทรัพย์สินเงินทองกว่า 2.5 พันล้านบาท

พิบูลย์ รัชกิจประการ
เรียกว่าถ้าให้ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรี มาการันตีก็ต้องว่า "โกโต" เป็นสมาชิกพรรคที่ "รวยไม่ไหวแล้ว" อีกคน

"โกโต" ก่อนจะเล่นการเมือง เป็นเจ้าของบริษัทสตูลอะความารีน ฟีดซัพพลาย พอเข้าสู่สนามการเมือง ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองสตูล ลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ในปี 2562 และ 2566 สังกัดพรรคภูมิใจไทย
การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ส่งลูกชายคือ "พีรพัฒน์ รัชกิจประการ" ลงสส.เขต ในจังหวัดสตูล ขณะที่ตัวเองอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรค ในลำดับที่ 22

ความอู้ฟู่ รวยไม่ไหวแล้วของ "โกโต" ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนอยู่ใน บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของปั๊ม "พีที" กว่า 2,000 ล้านบาทนั่นเอง รวมที่ดินอีกกว่า 62 แปลง ที่ปักหมุดอยู่ใน "ทำเลทอง" ในพื้นที่ สตูล หาดใหญ่ สงขลา

"โกโต" พิบูลย์ ยังเคยแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 40.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินปันผลกว่า 16 ล้านบาท แล้วยังมีรายได้จากการทำนากุ้งกว่า 18 ล้านบาทต่อปี

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
แค่รายได้จากการ "ทำนากุ้ง" อย่างเดียวก็ปาเข้าไปปีละ 18 ล้านบาท ไม่รวยยังไงไหว

งานนี้บอกเลยว่า นอกจาก "โกเกียะ" พรรคภูมิใจไทย ยังมี "คลังสมบัติเคลื่อนที่" มาเติมให้พรรคอีกคนเหมือนยกปั๊ม"พีที" มาไว้ที่พรรค ยังไงยังงั้น

ใครที่เคยบอกว่า การเมืองคือเรื่องการเสียสละ ดู "โกโต" ไว้ได้เลย เสียสละเวลา "ทำนากุ้ง" ปีละสิบกว่าล้าน และรวยหลายพันล้าน ยังมานั่งในสภาฯ เพื่อรับใช้พี่น้องชาวประชาโดยเฉพาะ!

เพราะฉะนั้น "ท็อป-วราวุธ" ลาออกจากสส. ด้วยเหตุผลอยากทำหน้าที่ รมว.อุตสาหกรรม แบบฟูลไทม์ แต่ลาออกหนึ่ง..พรรคได้ตัวตึงพันล้านมาเป็นสส.แทน ก็ถือว่าคุ้ม

ก่อนนี้ ส่งลูกเข้าสภาฯ แล้วตัวเองตามมาสมทบแบบนี้เป็นสไตล์บ้านใหญ่ที่แท้ทรู ฝั่ง "ครูใหญ่เนวิน" และ "เสี่ยหนู"งานนี้ มีแต่ได้กับได้ .. ได้ "ท่อน้ำเลี้ยง" และฐานกำลังสำคัญของภาคใต้ตอนล่างที่สำคัญ ยิ่งเป็นการย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย มี "ทุน" และ "ฐาน" ที่แน่นปึ้ก ประเภท...รวยไม่ไหวแล้ววว.

อนุทิน ชาญวีรกูล
++ “กวาง ไตรศุลี” นายกฯน้อย คู่รัฐบาลอนุทิน

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา “กวาง -ไตรศุลี ไตรสรณกุล” ได้ลาออกจาก สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้ “ปิติ ปิตุเตชะ” ลูกชายของ “ปิยะ ปิตุเตชะ” หรือ “นายกฯ ช้าง” นายกอบจ.ระยอง ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นสส.สมัยแรก

และในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมครม.นัดพิเศษ ก็มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “กวาง ไตรศุลี” เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งข้าราชการการเมืองที่มีความสำคัญ ระดับ“นายกฯน้อย”

“ไตรศุลี” เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ใน “รัฐบาลอนุทิน1” มาแล้ว เมื่อ 24 ก.ย.68 นับว่าเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยปัจจุบันอายุ 36 ปี

สำหรับหน้าที่ของ “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี” คือต้องควบคุม ดูแลการทำงานของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทั้งหมด รวมทั้งประสานงานระหว่างนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานราชการต่างๆ ต้องรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อนำเสนอความเห็นประกอบการพิจารณา และการสั่งการของนายกรัฐมนตรี

พูดง่ายๆ ว่า เรื่องที่จะเข้าถึงนายกรัฐมนตรี และเรื่องที่นายกรัฐมนตรี สั่งการลงมา ต้องผ่านการกลั่นกรองจาก “นายกฯน้อย”คนนี้ เวลานายกฯไปไหน ก็ต้องคอยติดตามเป็นเงา

ที่สำคัญยังต้องคอยเป็น “กันชน” เมื่อนายกรัฐมนตรีเจอแรงกระแทกทางการเมืองอีกด้วย

ไตรศุลี ไตรสรณกุล
“ไตรศุลี” เป็นลูกสาว ของ “วิชิต ไตรสรณกุล” หรือ “นายกส้มเกลี้ยง” นายก อบจ.ศรีสะเกษ จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

เข้าสู่เส้นทางการเมือง เมื่อปี 2562 แม้จะไม่ได้เป็น สส. แต่ก็เริ่มสร้างชื่อ มีตัวตน ในทางการเมือง ที่ตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และได้นั่งตำแหน่ง เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ช่วงนั้น “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็น รมว.มหาดไทย

ตำแหน่งการงานเว้นวรรคไปเพียงไม่กี่เดือน ในช่วงที่พรรคภูมิใจไทย ถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เมื่อมีการตั้งรัฐบาล “อนุทิน 1” ตามที่พรรคประชาชนโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ไม่ร่วมรัฐบาล คราวนี้ “กวาง ไตรศุลี” ได้เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แน่นอนว่า นอกจากความรู้ความสามารถ ความคล่องตัวในทางการเมือง เคยผ่านงานข้าราชการการเมือง มาถึง 4 รัฐบาล ความไว้วางใจจาก “อนุทิน” แล้ว ย่อมมีปัจจัยอื่นที่เป็นองค์ประกอบ ช่วยหนุนส่งให้ “ไตรศุลี” ได้เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2

และปัจจัยที่ว่านั้นคือ พื้นฐานทางการเมือง ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งใน “ลูกเทพ” ของพรรคภูมิใจไทย ที่ “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” ตระกูลการเมืองที่สำคัญของ จ.ศรีสะเกษ ส่งมา

ต้องไม่ลืมว่า “นายกส้มเกลี้ยง” วิชิต ไตรสรณกุล นั้นเป็นนายกอบจ.ศรีสะเกษ มาแล้ว 6 สมัย ต่อเนื่อง

ในการเลือกนายกฯ อบจ.ศรีสะเกษ ครั้งล่าสุด ที่ตอนนั้น “ทักษิณ ชินวัตร” กำลังคึก ได้เดินสายไปเปิดยุทธการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” ช่วยหาเสียงให้ " วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ" อดีต สส. “แดงตัวพ่อ” ของศรีสะเกษ ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย

ผลสุดท้าย ทักษิณ ได้ “ปี๊บ”กลับมา... เพราะ “วิวัฒน์ชัย” แพ้ “นายกส้มเกลี้ยง” ขาดลอย

อีกทั้งการเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด คนของตระกูล “ไตรสรณกุล” ได้เป็น สส.ถึง 4 คน คือ “กวาง ไตรศุลี” ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ “ชิตพล ไตรสรณกุล” พี่ชายแท้ๆ ของกวาง ได้เป็น สส.ศรีสะเกษ เขต 4 “จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” สส.ศรีสะเกษ เขต 5 และ “วิทวัส ไตรสรณกุล” สส.ศรีสะเกษ เขต 9

ไม่เพียงเท่านั้น พรรคภูมิใจไทย ทำผลงานใน จ.ศรีสะเกษ เอาชนะ “พรรคเพื่อไทย”ได้เกือบยกจังหวัด กวาดสส. 7 เขต พรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็นเจ้าถิ่น รอดมาเพียง 2 เขตเท่านั้น

ถ้าบอกว่า บ้านใหญ่ไตรสรณกุล เป็นแกนหลักที่คุมฐานเสียงการเมือง จ.ศรีสะเกษ ไว้แทบเบ็ดเสร็จ ก็ไม่ผิดไปจากความจริงนัก และนี่ก็เป็นแรงหนุนส่งให้ “กวาง ไตรศุลี” ขึ้นแท่นเป็นนายกฯน้อย อีกครั้ง

หลังจากนี้ ก็เป็นเวลาพิสูจน์ฝีมือของ “กวาง ไตรศุลี” เพราะเห็นกันชัดๆว่า “นายกฯอนุทิน” จะต้องเจอทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตการเมือง วิกฤตความเชื่อมั่น ที่รออยู่ข้างหน้า!