xs
xsm
sm
md
lg

ภัยไซเบอร์ภัยลามหนัก! คนไทยถูกหลอกวันละกว่าพันเคส ดันซีรีส์ “Scamnet” สร้างภูมิคุ้มกันรู้เท่าทันมิจฉาชีพออนไลน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปัญจเดช” เผยคนไทยถูกหลอกออนไลน์วันละกว่าพันเคส เสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท ดันซีรีส์ “Scamnet” ตีแผ่กลโกงจริง-วิธีป้องกัน หวังสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล สกัดเหยื่อรายใหม่ทั่วประเทศ

นายปัญจเดช สิงห์โท กรรมการผู้จัดการบริษัท คิดเปลี่ยนโลกฯ และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุดสะท้อนสถานการณ์ภัยไซเบอร์ในไทยอยู่ในระดับน่ากังวล โดยคนไทยตกเป็นเหยื่อหลอกลวงทางออนไลน์วันละกว่า 1,000 เคส คิดเป็นความเสียหายรวมกว่า 1,500 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับสถิติการฉ้อโกงออนไลน์ที่พบมากที่สุด คือ การหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ จำนวน 11,668 คดี คิดเป็น 49.04% ของคดีทั้งหมด รองลงมาคือ หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น 4,342 คดี หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานพิเศษ 2,781 คดี หลอกให้ลงทุน 1,296 คดี และหลอกให้กู้เงิน 1,750 คดี

นายปัญจเดช ระบุว่า ทั้ง 5 รูปแบบดังกล่าวรวมกันคิดเป็น 91.78% ของคดีออนไลน์ทั้งหมด 23,794 คดี ในเดือนเมษายน 2568 สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาหลักของไทยขณะนี้คือร้านค้าออนไลน์หรือหน้าร้านปลอม ซึ่งก่อคดีเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ขณะที่กลุ่มหลอกลงทุนและหลอกกู้เงิน แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่กลับมีลักษณะชักจูงให้เหยื่อโอนเงินหลายครั้ง จึงสร้างความเสียหายต่อรายกรณีในระดับสูง

ทั้งนี้ภาครัฐเริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้อย่างจริงจัง หลังจากก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าความเสียหายจากภัยไซเบอร์ทั้งปีสูงถึง 1.15 แสนล้านบาท และล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้การปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันปิดเส้นทางการเงินผิดกฎหมายและสกัดเครือข่ายข้ามชาติ

นายปัญจเดช กล่าวว่า มิจฉาชีพไซเบอร์ยุคใหม่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake เพื่อผลิตภาพและเสียงปลอม เลียนแบบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใกล้ชิด ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น แม้แต่คนรุ่นใหม่หรือผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีก็ยังอาจตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยกว่า 72% เคยเผชิญความพยายามหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยปีละหลายสิบครั้ง และมากกว่า 60% ของผู้ใหญ่เคยตกเป็นเหยื่อสำเร็จจริง ด้วยเหตุนี้ บริษัท คิดเปลี่ยนโลกฯ จึงได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อผลิตซีรีส์ออนไลน์เรื่อง “Scamnet: หลอนลวง โอน ล้มละลาย” หวังใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยไซเบอร์

สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการ คือ การเสริมทักษะรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ปลูกฝังทัศนคติการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้หลงเชื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ส่งเสริมพฤติกรรมระวังภัยของประชาชน ฝึกให้สังเกตความเสี่ยงและรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเผชิญภัยออนไลน์ ตลอดจนลดจำนวนเหยื่อและความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน โครงการยังมุ่งประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อบูรณาการปิดช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์หลอกลวง ตามข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญในรายงานภัยไซเบอร์ รวมถึงเดินหน้าสร้าง “ภูมิคุ้มกันเชิงจิตวิทยา” ให้กับสังคมไทย ซึ่งเป็นแนวทางที่กองทุนฯ กำลังผลักดันอย่างต่อเนื่อง

นายปัญจเดช กล่าวว่า เนื้อหาใน “Scamnet” จะนำเสนอกรณีจริงควบคู่กับวิธีป้องกัน เพื่อเตือนใจให้ประชาชนระวังกระบวนการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลโกงซื้อขายออนไลน์ ร้านลวงหลอก หลอกลงทุนผ่านคอมพิวเตอร์ หรือหลอกทำงานออนไลน์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ชมชวนครอบครัวและชุมชนมาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อลดความเปราะบางต่อกลลวงรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงจิตวิทยาให้ประชาชน อาทิ โครงการ “จิตวิทยาของการหลอกลวง” ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ภัยไซเบอร์ที่ถูกมองว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย

นายปัญจเดชกล่าวว่า สื่อรณรงค์อย่าง “Scamnet” ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาภัยไซเบอร์ โดยเชื่อว่าทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมมือกัน “ยิงศูนย์เลียนแบบ” ของมิจฉาชีพออนไลน์ให้หมด เพื่อไม่ให้ข้อมูลปลอมและการดัดแปลงเนื้อหากลายเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนบั่นทอนทั้งความเชื่อมั่นของสังคมและเศรษฐกิจไทยอีกต่อไป