xs
xsm
sm
md
lg

“สุริยะ” ถกรัสเซียไฟเขียวส่งออกปุ๋ยยูเรียให้ไทย 1-2 ล.ตันต่อปี ดันตั้งคณะทำงานขยายการค้าระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รมว.เกษตรฯ หารือ รองนายกฯ รัสเซีย สำเร็จ ไฟเขียวส่งออกปุ๋ยยูเรียให้ฝ่ายไทย 1-2 ล้านตันต่อปี ดันตั้งคณะทำงานขยายการค้าระยะยาว มองการเติบโตทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารได้มากกว่านี้

วันนี้ (15 เม.ย.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ได้เข้าพบ นายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และ นายแมกซิม มาโควิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ณ สหพันธรัฐรัสเซีย โดยได้หารือถึงการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ซึ่งช่วงที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณการการค้าอยู่ประมาณ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่ใช่ศักยภาพที่แท้จริง ซึ่งแนวโน้มการเติบโตทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศยังสามารถเติบโตได้มากกว่านี้

ขณะที่การหารือกันนั้น ได้แจ้งว่า ไทยสนใจนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซีย และขอให้รัสเซียพิจารณาจัดสรรโควตาแก่ไทยในราคามิตรภาพ ปริมาณ 1-2 ล้านตันต่อปี โดยปุ๋ยชนิดที่ต้องการเป็นแบบเม็ด (Granular) ขนาด 2.5-5 มม. ซึ่งหากทางรัสเซียเห็นชอบ จะมอบให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ประสานงานกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ในการอำนวยความสะดวกการหารือทางธุรกิจของภาคเอกชนทั้งสองประเทศ (Business matching) เพื่อให้สามารถส่งออกปุ๋ยจากรัสเซียได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ตนได้เสนอให้มีคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วย ฝ่ายไทยและรัสเซีย ร่วมหารือในประเด็นปัญหาที่ยังคงค้างของสินค้าสำคัญของไทยและรัสเซีย รวมถึงประเด็นทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกนำเข้าสินค้า ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

ด้าน นายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เผยว่า ฝ่ายรัสเซียได้เห็นด้วยกับการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคงค้างของสินค้าสำคัญของไทยและรัสเซีย เพื่อสนับสนุนการเติบโตการค้าทั้งสองประเทศให้เติบโตในระยะยาว สำหรับความสนใจของฝ่ายไทยที่ต้องการนำเข้าปุ๋ยแร่จากรัสเซียนั้น โดยทางรัสเซียมีทั้งปุ๋ยแร่ผสม และปุ๋ยไนโตรเจน หรือยูเรีย ซึ่งรัสเซีย “มีความพร้อม” ที่จะส่งออกปุ๋ยยูเรียให้ฝ่ายไทย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัท PhosAgro และบริษัท UralChem ที่สนใจส่งออก (โดยเฉพาะในสัญญาระยะยาว)

สำหรับเรื่องราคาและคุณสมบัติเฉพาะของปุ๋ยที่ต้องการนำเข้านั้น ขอให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายร่วมหารือกันในรายละเอียด และเห็นพ้องให้เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย (นายเยฟเกนี โทมิคิน) เป็นผู้ประสานงานฝ่ายรัสเซียต่อไป