ผู้ตรวจการแผ่นดิน แนะรัฐบาลยกเครื่องระบบคุ้มครองผู้บริโภค ชี้โครงสร้างเดิมล้าหลัง ไม่ทันพฤติกรรมตลาดออนไลน์ จี้เร่งปฏิรูปกม.-ตั้ง 2คกก.ระดับชาติพัฒนาฐานข้อมูลกลาง ระบบเตือนภัยสินค้าอันตราย และยกระดับ สคบ. เป็นหน่วยงานกลางแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้ปชช.ได้รับความคุ้มครองที่รวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าทันความเปลี่ยนแปลง
วันนี้(15เม.ย.) นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ศึกษาและแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระบบการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ หลังพบว่าแม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงานหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่กฎหมายและกลไกที่มีอยู่ยังเน้นการคุ้มครองเชิงรับ และยังไม่สามารถรองรับพฤติกรรมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องเร่งดำเนินการ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 กำหนดให้รัฐต้องมีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค ทั้งด้านข้อมูลที่เป็นจริง ความปลอดภัย และความเป็นธรรมในการทำสัญญา
ขณะที่มาตรา 230 (3) และพ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 มาตรา 22 (3) กำหนดอำนาจหน้าที่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อพบว่าหน่วยงานของรัฐยังปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ซึ่งจากการพิจารณาข้อกฎหมาย เอกสารที่เกี่ยวข้อง การรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ การลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริง ตลอดจนการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานทั้งทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคประชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเห็นว่า หน่วยงานทั้งในระดับชาติและพื้นที่ แม้จะมีการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญทั้งด้านโครงสร้างการบริหาร การบูรณาการข้อมูล งบประมาณ บุคลากร อำนาจหน้าที่ในระดับพื้นที่ และการรับมือกับปัญหาการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
" ผู้ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากข้อเสนอชุดนี้คือประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคที่ยังเข้าถึงกลไกร้องเรียนและการเยียวยาได้จำกัด รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย การโฆษณาเกินจริง สัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ติดตามตัวผู้ประกอบการได้ยากยังเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐที่จะมีกรอบทำงานร่วมกันชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย "
ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค จึงได้มีข้อเสนอไปยังรัฐบาลเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยเสนอให้ปรับโครงสร้างคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค โดยระดับชาติให้มี 2 กลไกหลัก ได้แก่คณะกรรมการนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติ ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางประเทศ และคณะกรรมการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังเสนอให้เสริมบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ให้เป็นหน่วยงานกลางที่สามารถรับเรื่องร้องเรียน ประสานงาน บูรณาการข้อมูล และเสนอแนะนโยบายในภาพรวมได้อย่างแท้จริง
ส่วนในระดับพื้นที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้แยกกลไกคุ้มครองผู้บริโภคออกจากภารกิจอื่นของจังหวัด เพื่อให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน สามารถรับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ บุคลากรประจำ และการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งพัฒนาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสู่การเป็นหน่วยงานกลางแบบ One Stop Service อย่างแท้จริง ทั้งการผลักดันและปรับปรุงกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค, พ.ร.บ.อาหารและกฎหมาย Lemon Law สำหรับสินค้าชำรุด และ
ตรากฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง การเชื่อมโยงข้อมูลร้องทุกข์ระหว่างหน่วยงาน และการจัดทำระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า หรือ Rapid Alert System เพื่อแจ้งเตือนสินค้าและบริการที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที
" ที่สำคัญผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณและอัตรากำลังบุคลากร เพื่อให้เกิดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมความรู้แก่ประชาชนให้เป็น “ผู้บริโภคเท่าทัน” หรือ Smart Consumer และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบแก่ผู้ประกอบการควบคู่กันไป เพราะการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว แต่ต้องสามารถป้องกัน เฝ้าระวัง และเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และสอดรับกับบริบทใหม่ของสังคมไทย"


