“ชาญชัย” ขอสู้ต่อชั้น “ฎีกา” หลังศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง คดีร้อง“บอร์ด ทอท.” แก้สัญญาเอื้อประโยชน์ให้ ”กลุ่มทุน“ ทำรัฐเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท ซ้ำเลี่ยงไม่รายงานต่อ ครม. ผิด5 กฎหมายหลัก ขอศาลฎีกา วางหลักเกณฑ์ หวั่นหน่วยงานรัฐอื่นเอาอย่าง วุ่นแน่ รัฐเสียหายแสนล้าน ใครรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนไปฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่ตนได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)หรือ บอร์ด ทอท. ทั้ง 14 คน ฐานทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ, ความผิดต่อพ.ร.บ.ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ , ความผิดต่อพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ความผิดต่อ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด โดยบอร์ด ทอท. ได้มีมติ ลดและเลื่อนรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทที่รับสัมปทานสิทธิของรัฐที่เคยมีเรื่องตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2564 โดยศาลได้พิจารณาคดีมาถึงปี 2566 จนวันที่ 8 เม.ย. ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ตนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ด้วยความเคารพศาล ตนถือโอกาสนี้ ขอทำความเข้าใจต่อสังคมว่าเมื่อตนดูรายละเอียดคำพิพากษาของศาลแล้ว ศาลท่านไม่ได้ลงรายละเอียดในคำวินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอยู่5 เรื่อง
“คือ 1. พ.ร.บ.ว่าด้วยงบประมาณแผ่นดิน เพราะเกิดความเสียหายต่อรัฐถึง 4 หมื่นกว่าล้านบาท ที่ถือเป็นรายได้ของแผ่นดินที่ควรได้รับ จึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินอย่างเคร่งครัด แต่บอร์ด ทอท. ไม่ได้ปฏิบัติ ถือว่าผิดหรือไม่ 2. ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง ตามมาตรา 27 เพราะกลับไปลดรายได้ให้ หากหน่วยงานของรัฐหน่วยใดไปลดรายได้ให้เอกชน จนเกิดความเสียหาย หรือผูกพันต่องบประมาณแผ่นดิน ต้องแจ้งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำ 3.ทำผิดพ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง ในกรณีบอร์ด ทอท. ไปแก้ไขสัญญา ทำให้รัฐเสียหาย ซึ่งทำไม่ได้ รวมถึงกรณีการแก้ไขสัญญาดังกล่าว ก็ไม่ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการพิจารณาตรวจสอบการแก้ไขสัญญาดังกล่าวตามหลักปฏิบัติ 4. หลีกเลี่ยงนำเรื่ิองนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีชี้แจงให้การต่อศาลว่า เรื่องนี้ ต้องนำเข้ารายงานให้ ครม. รับทราบ แต่เรื่องนี้ กลับไม่มีการนำเข้า ครม. โดยบอร์ด ทอท. ไปดำเนินการกันเอง ทั้งหมดนี้ ทำให้ผมสงสัยว่า มีเรื่องคล้ายกันที่ผมเคยฟ้องร้องดำเนินคดีในคดีแรก โดยศาลท่านได้บอกว่า มันมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ทำให้รัฐเสียหายรวม 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ผมมาซื้อหุ้นหลังจากเกิดเหตุ ซึ่งมีคำพิพากษาเดิมของศาลฎีกา ดังนั้น ผมจะยื่นร้องคดีนี้ต่อในชั้นศาลฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยในการวางกฎเกณฑ์ ในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าไม่มีการวางหลักข้อกฎหมายเหล่านี้ให้ชัดเจน มันจะเกิดปัญหากระทบและมีผลตามมาอีกหลายหน่วยงานของรัฐจะเอาเป็นแบบอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก“ นายชาญชัย กล่าว
อดีตสส.นครนายก กล่าวต่อว่า การที่จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลฎีกานั้น ต้องมีรายละเอียด มีข้อเท็จจริงตรงกับข้อกฎหมายและต้องเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่หน่วยงานอื่นของรัฐจะต้องนำไปปฏิบัติ ซึ่งบริษัท ทอท. ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ทำให้รายได้ของแผ่นดินเสียหายมากมายมหาศาล ซึ่งตนได้ชี้แจงแถลงข่าวว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้ชี้มูลความผิดไปด้วย ที่เป็นข่าวเมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่เสียหายสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท ถือเป็นอีกคดีที่ตนจะนำเสนอต่อสังคมต่อไป


