"รสนา" เผย 3 องค์กรเตรียมพบ รมว.พลังงาน 16 เม.ย. ร้องเรียน กบน.-โรงกลั่นสมคบกันขึ้นราคาน้ำมันแบบขึ้นลิฟต์ ลงราคาแบบขั้นบันได เอาเปรียบประชาชน จี้รัฐตรวจสอบโครงสร้างราคา ทำให้โปร่งใส เรียนเชิญประชาชนที่เห็นด้วยเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
วันนี้ (11 เม.ย.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "รสนา โตสิตระกูล" เปิดเผยว่า 3 องค์กรภาคประชาชน ประกอบด้วย สภาผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เตรียมเข้าพบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในวันที่ 16 เม.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเรียกร้องและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบพลังงาน พร้อมเชิญชวนประชาชนที่เห็นด้วยเข้าร่วมติดตามการหารือดังกล่าวด้วย
น.ส.รสนา ได้วิจารณ์การบริหารจัดการราคาน้ำมันของภาครัฐ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการปรับขึ้น-ลงราคาน้ำมัน ที่มีลักษณะ “ขึ้นเร็วแบบลิฟต์ แต่ลงช้าแบบขั้นบันได” ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
น.ส.รสนา ระบุว่า การปรับลดราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นการทยอยลดและหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 มี.ค. กลับมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวถึงลิตรละ 6 บาทในทุกประเภทอย่างรวดเร็ว จึงตั้งคำถามถึงมาตรฐานที่แตกต่างกัน
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวหาว่า การชะลอการปรับลดราคาน้ำมันอาจทำให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มจากค่าการตลาดวันละหลายร้อยล้านบาท อีกทั้งตั้งข้อสงสัยถึงบทบาทของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ว่าอาจมีการปล่อยให้โรงกลั่นเก็บส่วนต่างกำไรไว้ในค่าการตลาด แทนที่จะนำเข้ากองทุนหรือลดราคาขายปลีกให้ประชาชน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่ากลไกการอ้างอิงราคาน้ำมันตลาดโลก อาจถูกนำมาใช้ไม่สอดคล้องกัน โดยช่วงปรับขึ้นราคาอ้างอิงตลาดโลก แต่ช่วงปรับลดกลับล่าช้า พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ว่าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนโครงสร้างราคาที่แท้จริง
น.ส.รสนา ยังระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ข้อความในเฟซบุ๊ก "รสนา โตสิตระกูล"
3 องค์กรเตรียมพบ รมต.พลังงาน หลังสงกรานต์ ร้องเรียน กบน.และโรงกลั่นสมคบกันขึ้นราคาน้ำมันแบบขึ้นลิฟต์ ลงราคาแบบขั้นบันได เอาเปรียบประชาชน !?!
การประกาศลดราคาขายปลีกน้ำมันเมื่อวานนี้ (10 เม.ย) ที่มีผลตี 5 เช้าวันนี้ เรียกว่าลดราคาแบบขั้นบันไดแล้วหยุดพักช่วงสงกรานต์ ทั้งที่ตอนขึ้นราคาเมื่อ 26 มีนาคม กลับขึ้นราคารวดเดียวลิตรละ 6 บาททุกชนิด รวดเร็วประดุจขึ้นลิฟต์ ไม่แยกแยะชนิดน้ำมันเหมือนตอนลดราคา ทำไมมาตรฐานแตกต่างกัน ??!!
การประวิงเวลาการลดราคาน้ำมันให้ประชาชน 1 วันทำให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มจากค่าการตลาดประมาณ 750 ล้านบาทต่อวัน และแต่ละวันที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)ไม่ดึงค่าการตลาดส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน หรือลดราคาให้ผู้ใช้น้ำมัน ก็เป็นการเพิ่มกำไรให้โรงกลั่นทุกวัน โดยจะถือว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน ได้หรือไม่??!!
การขึ้นราคาอ้างกลไกตลาดโลก เวลาลดราคาใช้กลไกตลาดนัดแนะระหว่างกบน.กับโรงกลั่น ใช่หรือไม่ ?!
จะเรียกว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดของกบน.ให้โรงกลั่นทำกำไร ด้วยการยอมให้โยกส่วนลดตามราคาตลาดโลกไปเก็บพักไว้ที่ค่าการตลาดของโรงกลั่นเอง ใช่หรือไม่ และค่อยๆดึงกลับกองทุนวันละนิด แต่ยังปล่อยให้ทำกำไรส่วนเกินอยู่ ใช่หรือไม่ ?!?!
การไม่ลดราคาน้ำมันให้ประชาชนแบบเต็มๆ หรือเก็บเข้ากองทุนน้ำมันก็คือการเม้มเก็บรายได้ไว้ให้โรงกลั่นทำกำไรรายวันเองนั่นแหละ การเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน อ้างว่าเอาไว้ชดเชยราคาให้ผู้ใช้น้ำมัน แต่แท้จริงแล้ว คือ กองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อปิดบังสายตาประชาชน ไม่ให้เห็นกลลวงทางคณิตศาสตร์ บิดเบือนราคาที่แท้จริงของราคาน้ำมัน เป็นที่พักเงินที่ล้วงจากกระเป๋าประชาชนเพื่อประกันกำไรให้โรงกลั่นเท่านั้นแหละ นั่นคือสาระที่แท้จริงของกองทุนน้ำมัน ใช่หรือไม่
ประชาชนเสียประโยชน์ และเศรษฐกิจของประเทศเสียหายจากราคาน้ำมันแพงเกินความเป็นจริง เพราะน้ำมันคือต้นทุนทางตรงของเศรษฐกิจภาคการผลิต (Real Secter) แม้กฎหมายกองทุนน้ำมันระบุให้ชดเชยเมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมัน ไม่ให้กระทบห่วงโซ่ราคาสินค้า ค่าครองชีพของประชาชน จึงให้มีกองทุนน้ำมันที่เป็นกระปุกออมสินของประชาชนเก็บเงินไว้ 4หมื่นล้านไว้ใช้ชดเชยราคาน้ำมันตอนที่ราคาตลาดโลกเพิ่มขึ้น
แต่การลดการชดเชยน้ำมันรวดเดียว 6-7 บาทเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อผลักภาระให้ประชาชนควักเงินจ่ายหน้าปั๊มเพิ่มอีก 6 บาท/ลิตรโดยที่ไม่เกี่ยวกับราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นแต่ประการใด ใช่หรือไม่
เป็นการเล่นละครตบตา ว่าต้องมาเฝ้าดูราคาสิงคโปร์ปิดตลาด รอคำนวณค่าเงินที่อ้างว่าต้องประกาศขึ้นราคาตอน 22.00น ทั้งที่การปรับขึ้นลงราคาโดยปกติ ใช้ราคาสิงคโปร์เฉลี่ยย้อนหลัง2 วัน เป็นการจงใจทำให้คนเข้าใจผิดว่า การขึ้นราคาลิตรละ 6 บาทนั้น เพราะตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้น ใช่หรือไม่
นั่นคือกลไกตลาดนัดแนะขึ้นราคาทันที โดยไม่มีการเช็คสต๊อค เป็นการปล่อยให้คนกักตุนน้ำมันราคาเก่า ได้ขายทำกำไรในราคาใหม่ เป็นการปล้นประชาชนท่ามกลางวิกฤตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ใช่หรือไม่ ??!
เงินกองทุนน้ำมัน ไม่ได้ใช้ชดเชยเนื้อน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ถูกเอามาชดเชยภาษีสรรพสามิตของรัฐบาล แม้ในยามวิกฤตก็จะเก็บอย่างเต็มที่เหมือนยามปกติ และชดเชยราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่อ้วนพีด้วยลาภลอยในค่าการกลั่น รวมทั้งไอ้โม่งที่ร่วมปล้นชิงประชาชนยามวิกฤต ใช่หรือไม่
คนใช้น้ำมันไม่เคยได้รับการลดราคาตามตลาดโลกเท่ากับตอนปรับขึ้นราคาอย่างเสมอภาค เพราะมีข้ออ้างจาก กบน.เสมอว่าต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม ยิ่งราคาตลาดโลกลดลง ก็จะยิ่งถูกรีดเข้ากองทุนน้ำมันมากขึ้น ด้วยคำลวงว่า กองทุนฯยังติดลบ ใช่หรือไม่!!??
น้ำมันเบนซิน ถูกปล่อยลอยตัวตามราคาตลาดโลกมานานแล้ว และยังถูกขูดรีดเข้ากองทุนน้ำมันโดยตลอด คนใช้น้ำมันเบนซินไม่ได้รับอานิสงส์จากเงินที่ตัวเองหยอดกระปุกไว้ในกองทุนน้ำมัน มากเท่ากับที่ออมไว้ เพราะจะถูกรีดเงินเอาไปชดเชยดีเซลเป็นส่วนใหญ่ พอมีส่วนลดน้ำมันตามราคาตลาดโลก ก็ได้แบบเศษๆ ส่วนใหญ่ถูกรีดเข้ากองทุนน้ำมันก่อนเสมอ และยังต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตสูงกว่าน้ำมันดีเซล
กบน.ไม่ยอมปล่อยส่วนลดราคาน้ำมัน มาลดราคาขายปลีกให้ผู้ใช้น้ำมันอย่างเต็มที่ แต่ปล่อยโรงกลั่นเก็บเงินส่วนลดนี้ไว้ในค่าการตลาดได้ เพื่อให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มในแต่ละวัน แทนที่จะรีบเก็บเงินส่วนนี้เข้ากองทุนฯทันที ตามที่ชอบอ้างว่า กองทุนยังติดลบ แต่ใช้อ้างกับฝั่งคนใช้น้ำมัน ไม่ใช่ฝั่งโรงกลั่นใช่หรือไม่ ?!
การประวิงเวลาเก็บเงินเข้ากองทุนจากที่โรงกลั่นโยกมาเก็บไว้ในค่าการตลาด ที่เกินจากค่าการตลาดที่เหมาะสม คือดีเซลลิตรละ 1.50 บาท เบนซินลิตรละ 2 บาท ก็คือการสมรู้ร่วมคิดระหว่าง กบน. และโรงกลั่นในการฉ้อโกงประชาชน ใช่หรือไม่?!
กองทุนน้ำมันจึงเป็นเสมือนเจ้าหนี้นอกระบบค่าน้ำมันของผู้ใช้น้ำมันที่ไม่มีทางปลดหนี้ได้ตลอดชาติ เงินที่สะสมในกองทุนน้ำมันคือ กองทุนประกันกำไรให้โรงกลั่น การเก็บส่วนลดราคาน้ำมันเบนซินไปไว้ในกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีส่วนลด แต่จะไม่ยอมลดราคาขายปลีกน้ำมันให้ผู้ใช้เบนซิน ซึ่งก็ไม่ต่างจากเจ้าหนี้นอกระบบที่มายึดรายได้ลูกหนี้ทุกบาทที่มีรายได้เพิ่ม จะแบ่งให้บ้างก็แค่เศษสตางค์ ใช่หรือไม่
ช่วงหยุดสงกรานต์ 5 วัน โครงสร้างราคาน้ำมัน (ตารางส้ม) ปิดทำการรายงาน คงเป็นที่สบายใจของ กบน. และโรงกลั่นละซิ ที่จะไม่มีใครเห็นกลไกตลาดนัดแนะของพวกท่านว่าจะโยกย้ายเงินส่วนลดราคาน้ำมันไปไว้ที่ไหน ให้ใครทำกำไรบ้าง ใช่หรือไม่
ขอให้ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏติดตามเรื่องนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน ควรสั่งลดราคาน้ำมันให้ประชาชนในช่วงสงกรานต์อีก หากมีค่าการตลาดที่เกินจำนวนที่กำหนด ไม่ควรปล่อยเงินไว้ในค่าการตลาด ให้โรงกลั่นให้ทำกำไรเพิ่ม ทั้งที่อ้วนพีด้วยลาภลอยจากค่าการกลั่นอยู่แล้ว
ควรหาทางดึงลาภลอยในค่าการกลั่นออกมาให้มากขึ้น เพื่อลดภาระการชดเชย มิเช่นนั้นแล้ว ประชาชนต้องจ่าย เงินจากกองทุนฯไปชดเชยราคาน้ำมันที่ไม่ได้ขาดทุน แต่โรงกลั่นได้ลาภลอยในค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติอีกด้วย กลายเป็นว่าประชาชนถูกเอาเปรียบถึง 2 เด้ง
พวกคนเห็นแก่ได้ ไม่เคยสนใจ เรื่องธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม หรือการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข นายกฯอนุทินฯ ที่กล่าวไว้ตอนหาเสียงว่า “จะทำให้รวย รวย รวย จนต้องร้องขอชีวิตว่าพอแล้ว พอแล้ว” นั้น เป็นแค่คำลวงประชาชน แต่ในความเป็นจริงนั้น พวกเห็นแก่ได้ มีแต่จะร้องว่า “ยังไม่พอ ยังไม่พอ ยังไม่พอ เอาอีก เอาอีก” ใช่หรือไม่ ?!
สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลอนุทินอยู่ยาวครบเทอมได้ ไม่ใช่วาจาว่าจะทำให้ประชาชนรวย ถึงกับร้องขอชีวิต แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลท่านอยู่ยาวได้ คือ ท่านต้องหยุดกลไก ที่เป็น กลโกงใน โครงสร้างราคาพลังงานที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไว้ปล้นประชาชนอย่างเงียบๆและแก้ไขให้มีระบบและโครงสร้างราคาที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้
รัฐบาลท่านต้องมีความรู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวอย่างแท้จริง กับความทุกข์ยากของประชาชน ประชาชนประเมินท่านจากการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น การทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น ที่จะช่วยให้รัฐบาลของท่านอยู่ยาวได้
สภาผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ได้นัดหมายขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เพื่อกราบเรียนปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบพลังงานไทย เรียกร้องการแก้ไขให้มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ มีความเป็นธรรมต่อประชาชนในยามวิกฤตนี้ ณ กระทรวงพลังงานในวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น
จึงเรียนเชิญประชาชนที่เห็นด้วย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ตามสถานที่ และเวลาดังกล่าว


