xs
xsm
sm
md
lg

“วราวุธ” เผย ก.อุตฯ อัดฉีด 2 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 3% สู้วิกฤติพลังงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วราวุธ” เผย ก.อุตฯ เตรียมอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยผู้ประกอบการ SME ฝ่าวิกฤตพลังงาน เปิดแพกเกจเงินกู้ 3 ผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 3 ปี

วันที่ 11 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

นายวราวุธ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มีมาตรการช่วยผู้ประกอบอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง และกลุ่ม SME ที่เริ่มประสบปัญหาต้นทุนสินค้า รวมถึงวัตถุ ดิบที่ขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้น เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนใน 3 มิติ ทั้งการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเสริมสภาพคล่องช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่เริ่มมีมีปัญหาผ่อนชำระหนี้ และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ

“ขณะนี้ SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียเม็ดเงิน 20,000 ล้านบาทเพื่ออัดฉีด เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องขอตั้งงบประมาณใหม่“

สำหรับแพ็คเกจการเข้าถึงแหล่งทุนสินเชื่อผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ 3 ปี โดยกลุ่มแรกสินเชื่อ SME Green Productivity ให้วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อรายนำไปลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใหม่ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ 2 เรียกว่า สินเชื่อ ปลุกพลัง SME”เน้น SME รายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และผลิตภัณฑ์ที่ 3 สินเชื่อ Beyondติดปีก SME”ให้วงเงินกู้สูงสุด30 ล้านบาทต่อราย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อพิเศษอื่นเพื่อเติมทุนให้กู้สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยเชื่อว่าดอกเบี้ยของ SME D Bank ไม่แพงไปกว่าสถาบันการเงินรายใหญ่

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า กำชับให้ SME D Bank พิจารณาเงื่อนไขอย่างอะลุ่มอล่วยมากขึ้นสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เสริมสภาพคล่องมากขึ้น ขณะที่ลูกหนี้กลุ่มหนี้กลุ่มเปราะบางมีแนวทาง “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวด เพื่อประคับประคองให้พ้นวิกฤต

สุดท้ายจะยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอัพสกิลและรีสกิลในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ขยายตลาด และพัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เน้นปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) ของรัฐบาล โดยผู้ประกอบการ ขอความช่วยเหลือผ่านทาง SME D Bank หรือให้สอบถามที่อุตสาหกรรมจังหวัด

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีมาตรการสนับสนุนอีก 2-3 เรื่อง มุ่งลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงทางวัตถุดิบ เช่น การส่งเสริมเชื้อเพลิง ดีเซลผสมปาล์ม D20 ถึง D70 และเอทานอล E20 ถึง E85 เพื่อผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลจากใบอ้อย การปรับปรุงเครื่องจักรโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการแก้ปัญหาเม็ดพลาสติกขาดแคลน โดยใช้พลาสติกรีไซเคิลเพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเชื่อมโยงภาคเกษตรกับโลจิสติกส์ จะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร และโอกาสสร้างเศรษฐกิจใหม่ การส่งเสริมธุรกิจใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานและยกระดับโรงงานอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าเพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานอีกอย่างน้อย 40 รายการ เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น

“ มาตรการทั้งหมดไม่ต้องใช้งบประมาณรัฐบาล เพราะ SME Bank มีวงเงิน พร้อมดำเนินการทันที ผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ธนาคาร SME Bank หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่”

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น นายวราวุธ กล่าวว่า ราคาไม่ได้มาจากอ้อย แต่เกิดจากจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่แพง ซกึ่งหลังจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ จะหารือร่วมกับผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงผู้บริโภค

“เม็ดพลาสติกที่ขาดแคลน ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เราจำเป็นต้องอยู่กับสถานการณ์ และมีทางเลือกเริ่มจากตัวเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค อย่างขวดน้ำพลาสติกเฉลี่ยวันละ 2 ขวดต่อคนถ้าองค์กรมีคน 2,000 คนใช้ขวดพลาสติก 4,000 ขวด แต่ถ้าเราพกกระบอกน้ำก็ช่วยลดขยะพลาสติกที่ปัจจุบันมีถึง 2.7 ล้านตันต่อปี เพิ่มมา 700,000 ล้านตัน”