นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา อภิปรายนโยบายรัฐบาล พร้อมทุ่มทุกสรรพกำลัง ทำงานรับใช้แผ่นดิน การันตี 35 รมต. คัดมาเองรอบคอบ ใครกลับมาล้มเหลว ต้องรู้ตัวเก็บของกลับบ้าน ซัด ‘พริษฐ์’ ไม่ทำการบ้าน หลังกล่าวหาโยนงาน ย้ำ ให้เกียรติสภา ไลน์ตามรัฐมนตรีมาฟัง โอด “ไปรบก็ไป น้ำท่วมก็ลุย ไม่ใช่ไปยืนแช่เท่าเข่า แล้วกดตัวถ่ายรูป” ให้คำมั่นทำมากกว่า 23 นโยบายที่ให้ไว้ หวังอยู่ครบเทอม 4 ปี
วันนี้ (10 เม.ย. 69) เวลา 21.57 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระด่วน การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่อภิปรายนโยบายของรัฐบาล ว่า ก่อนอื่นตนในนามของคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณประธานสภาและสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปรายให้ความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และห่วงใยต่อการแถลงนโยบายของตน ซึ่งเข้าใจดีว่า ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ความเห็น ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ตนยืนยันว่า ทุกถ้อยคำพวกเราทุกคนที่เป็นคณะรัฐมนตรีได้รับฟังและรับทราบ ส่วนที่เป็นประโยชน์ และสาระความจริง ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนตระหนักดีว่าความท้าทายที่ประเทศของเรากำลังเผชิญทั้งระยะสั้นและระยะยาว ก็อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พวกเราทุกคนให้คำยืนยันว่าเราจะผลักดันทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในการแถลงนโยบาย ให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ โดยนโยบายทั้ง 23 ข้อ เป็นนโยบายหลักที่พวกเราทุกคนจะต้องดำเนินการภายในเทอมของรัฐบาล และก็หวังว่าจะอยู่ได้ครบ 4 ปี เพราะพวกเราทุกคนตั้งใจ คณะรัฐมนตรีทุกท่านตนได้คัดเลือกมาด้วยความรอบคอบ ทั้งวัยวุฒิ และประสบการณ์ ประวัติ กว่าจะตัดสินใจให้แต่ละท่านรับผิดชอบในกระทรวงต่าง ๆ ตนให้ความยืนยันว่าตนได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
ทั้งนี้ ขอเรียนว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ได้พูดถึงตัวตน ว่าไม่ตั้งใจทำงาน โยนงาน ไม่รับผิดชอบงาน บริหารไม่เป็น นี่ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเหมือนกัน เพราะฝ่ายนี้ก็บอกว่าตนเก่งบริหารดี ทำได้ดี มีความรับผิดชอบ รักประชาชน ฝ่ายนี้ก็บอกอีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร มันก็เป็นบทบาทของเรา แต่ขอความกรุณาว่าต้องพูดความจริง และต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ อย่างสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายตนเมื่อสักครู่ (นายพริษฐ์) ผู้อภิปรายปิด ก็ต้องบอกว่าท่านไม่ทำการบ้านจริง ๆ บอกว่า ตนเอาคลัสเตอร์ พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยมาดูเอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ นั้น นายยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้ดูแล และมีอำนาจเต็ม
ในส่วนคลัสเตอร์ของพรรคภูมิใจไทย ตนได้มอบหมายให้กับรองนายกฯ แต่ละท่านไปดูแล ซึ่งตนบริหารแบบนี้มาตั้งแต่เป็นผู้บริหารภาคเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นพรสวรรค์ของตนที่สั่งงานเป็น ถึงรู้ว่าคนไหนเก่ง รู้ว่าคนไหนมีความสามารถที่จะทำอะไร และนำผลงานกลับมาส่งมอบให้กับตน ด้วยสิ่งที่ตนต้องการ
“ผมคิดนะครับ เวลาผมมอบหมายงานใคร คิดถึงใคร รัฐมนตรีภราดร ขึ้นมาคนแรกก็มอบหมายงานที่เขาไม่ถนัด ไม่เคยครับ ทุกคนที่ผมมอบหมายงานให้ทำ ต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ด้วยความคิดเป้าหมายเดียวกัน และไม่มีใครที่กลับมาโดยสิ่งที่ทำไม่ได้ สำหรับผมรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ คนไหน กลับมาด้วยความล้มเหลว เขารายงานเสร็จ เขาก็ต้องรู้ว่าต้องไปเก็บของ และให้คนที่มีความสามารถที่ดีกว่ามาทำ ตัวผมเองก็บริหารงานทำงานในลักษณะที่ทำมา ก็ประสบความสำเร็จมาในทุก ๆ ด้าน ผมยอมรับว่ามีล้มเหลวบ้าง แต่สำเร็จมากกว่า ก็เลยทำให้ผมสะสมประสบการณ์” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนที่ท่านบอกว่าเดี๋ยวก็ไปมอบหมายให้ใครมาตอบกระทู้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จัดมาตอบกระทู้ ถ้าตนว่างก็มา ในส่วนที่รับผิดชอบ วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอบคุณที่ท่านทำให้ตนเป็นครั้งแรก พูดจริง ๆ แต่วันนี้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีและควบกระทรวงมหาดไทยด้วย ก็ตั้งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยถึง 3 คน มาช่วยตนทำงาน และหน้าที่ที่ตนมอบก็คือการให้มาตอบกระทู้ในสภาฯ คณะรัฐมนตรีทุกคนต้องทำคือมาตอบกระทู้ในสภาฯ ให้ความสำคัญกับสภาฯ ซึ่งเมื่อเย็นที่ผ่านมาเห็นรัฐมนตรีอยู่ในสภาเพียง 2 - 3 คน ตนก็ไลน์ไปในกลุ่มรัฐมนตรีของตนว่า ”ต้องให้เกียรติสภาฯ ขอให้ขึ้นมารับฟังการอภิปรายของสภาฯ“ ตนทำงานแบบนี้เรียกว่าโยนหรือไม่ไม่ทราบ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงหัวค่ำ ก็มีสมาชิกอภิปรายว่า ตนโยนงานให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปแก้ปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ตอนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งไม่ใช่การมอบหมาย แต่เป็นการสั่งการ เพราะท่านเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกษตร ขอกำกับดูแลกรมชลประทานที่ต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากในช่วงน้ำท่วมแก้ปัญหา ตัวท่านก็ทำงานหนักลุยน้ำ พวกตนก็ลุยน้ำไปสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง และภายใน 2 สัปดาห์ก็พลิกฟื้นกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมย้ำว่า ตนเองลุยน้ำจริง ๆ ไม่ใช่ไปที่น้ำแค่หัวเข่าและพยายามกดตัวลงไปแล้วถ่ายรูป เพื่อให้เห็นว่าลุยน้ำ ว่ายน้ำ ตนไม่ได้ทำงานแบบนั้น ถ้าลุยก็ลุยจริง ๆ ซึ่งตนไม่ใช่คนสร้างภาพแบบนั้น เวลาที่ตนทำงาน ตนไม่มีตำแหน่ง ทำงานกับเจ้าหน้าที่ทุกคน เรื่องการโยนงานไม่รับผิดชอบงาน
“ไปรบก็ไป น้ำท่วมก็ลุย ทำให้ถึงทราบว่าหน้างานเป็นอย่างไร น้ำท่วมเป็นอย่างไร ชายแดนเป็นอย่างไร เวลาที่ต่างชาติมากดดัน แค่รับรายงานและมาพูดกับผม ก็ถูกพวกผมตอกหน้าหงายกลับไป เพราะผมอยู่หน้างาน ขอบคุณที่เตือนผม“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สุดท้ายแล้วตนพร้อมที่จะคลายความกังวลของเพื่อนสมาชิก ตนเข้าใจถึงความกังวลของท่าน ข้อเสนอของทุกคนทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นตรงกัน ส่วนการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละท่านนั้น ขอยืนยันต่อรัฐสภาว่า ให้อำนาจอย่างเต็มที่ และทุกคนก็ต้องรับผิดชอบการทำหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี และคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทุ่มเททำงาน ขอให้เราทุกคน นำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้กับประชาชนทราบ เราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว หากหาทางลงไม่ได้ตนเองยินดียอมรับนำไปปรับปรุงแก้ไข หลายครั้งที่เราทำไม่ถูก เราก็พร้อมที่จะขอโทษประชาชน และก็ทำแบบนี้มาตลอด หากประชาชนยังไม่พอใจก็ถือว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สุดท้ายนี้ ตนคิดว่า เราทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ตนรับฟังจดบันทึก สิ่งที่ท่านแนะนำต่อรัฐบาลของตนไปปฏิบัติ พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายเราพูดแล้วทำอยู่แล้ว และสิ่งที่แนะนำที่ให้พวกตนไปปฏิบัติเราก็ยินดี และเราไม่ได้จะทำแค่ 23 ข้อตามที่ได้แจ้งไว้ หากมีข้อเสนออื่นที่เป็นประโยชน์ก็พร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะสนับสนุนงานของรัฐสภา ซึ่งเราให้การสนับสนุน เพราะกระบวนการมันมีอยู่แล้ว
”เมื่อท่านให้โอกาสผมได้มาแถลงนโยบาย หลังจากวันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลนี้จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ และพวกเราทุกคนก็จะทุ่มเททุกสรรพกำลังที่มีอยู่ทำงานรับใช้แผ่นดิน รับใช้พี่น้องประชาชน และทำให้ประเทศไทยของเราก้าวหน้าเจริญ แข็งแรง มั่นคง เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน“ นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
ทันทีที่นายอนุทินกล่าวจบ นายพริษฐ์ ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิง โดยกล่าวยืนยันว่า เป็นสิทธิ์ของสมาชิก ตั้งใจว่าจะไม่ขัดจังหวะ แต่ขณะนั้นนายโสภณ กล่าวว่า “จบแล้วครับ” แม้นายพริษฐ์ พยายาม กล่าวว่า ไม่ นายโสภณยกมือห้ามและกล่าวว่า “ผมอนุญาตไม่ได้ มันจบแล้วครับ ผมขอปิดการประชุม” จากนั้นนายโสภณสั่งปิดการประชุมในเวลา 22.13 น. ทันที


