xs
xsm
sm
md
lg

“อามินทร์” ชงยกเครื่องสภาใต้ ดันกลไกสร้างสันติสุข ฟื้นเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อามินทร์ มะยูโซ๊ะ
“อามินทร์” เสนอรัฐยกเครื่องสภาที่ปรึกษาชายแดนใต้ ดันเป็นกลไกหลักสร้างสันติสุข-ฟื้นเศรษฐกิจ-ยกระดับการศึกษา ควบคู่ชงโมเดลอุดหนุนน้ำมันเฉพาะกลุ่ม ช่วยคนเปราะบางลดค่าครองชีพอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 19.30 น.ในการประชุมรัฐสภา แถลงนโยบายของรัฐบาล นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม ได้อภิปรายในประเด็นการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกล่าวว่า หัวใจสำคัญของการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ หรือกำลังเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐกับประชาชนอย่างแท้จริง

นายอามินทร์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามแนวพระราชดำริ โดยตนขอเสนอให้รัฐบาลยกระดับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นกลไกกลางในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เพราะสภาดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่สะท้อนเสียงของประชาชนโดยตรง ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม และขอให้เชื่อมบทบาทของสภาที่ปรึกษาฯ เข้ากับกระบวนการพูดคุยสันติสุข เพื่อให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ไม่ถูกตัดออกจากโต๊ะเจรจา และให้สภาทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับเรื่องร้องเรียน ติดตามความเป็นธรรม รวมถึงประเมินผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่

“ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคง แต่ยังรวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นรากของความเปราะบางทางสังคม จึงเสนอให้ใช้สภาที่ปรึกษาฯ เป็นเวทีรวมพลังภาคธุรกิจ เพื่อออกแบบเศรษฐกิจชายแดนใต้ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้ประชาชน” นายอามินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ นายอามินทร์ ยังเสนอให้การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยใช้พลังของชุมชนและศาสนาเข้ามามีส่วนร่วม มากกว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ด้านการศึกษา ต้องไม่ทำลายอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ แต่ควรต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม โดยเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่มีส่วนร่วมกำหนดหลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน

“หากรัฐบาลต้องการให้นโยบายการแก้ปัญหาชายแดนใต้เกิดผลจริง ต้องเริ่มจากการฟังเสียงคนในพื้นที่อย่างจริงใจ และไม่มีเวทีใดเหมาะสมไปกว่าสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายอามินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ นายอามินทร์ ยังหยิบยกประเด็นราคาน้ำมันและค่าครองชีพของประชาชน โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางอุดหนุนน้ำมันแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Subsidy) สำหรับกลุ่มเปราะบาง ตามโมเดลของประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า มาเลเซียกำหนดให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์สามารถซื้อน้ำมันในราคาพิเศษประมาณ 16 บาทต่อลิตร และกำหนดโควตาการใช้ต่อเดือน ซึ่งไทยสามารถนำมาปรับใช้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อกำหนดสิทธิการเติมน้ำมันให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น 100-200 ลิตรต่อเดือน

“หากรัฐบาลจะใช้มาตรการลักษณะนี้ ต้องสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ทั้งวงเงินอุดหนุนพลังงานที่ใช้ในแต่ละปี ผู้ได้รับประโยชน์ และงบประมาณที่จะประหยัดได้ หากเปลี่ยนมาใช้ระบบช่วยเหลือแบบตรงกลุ่ม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า การปรับนโยบายดังกล่าวไม่ใช่การตัดสิทธิ แต่เป็นการทำให้ความช่วยเหลือเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”