อดีต สว.กทม. จวกขึ้นราคาน้ำมันอ้างตลาดโลก ลดราคาเต้าตามตลาดนัดแนะ ถาม กบน.ขึ้นหน้าปั๊ม 6 บ.มาจากลดชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ราวกับส่งสัญญาณไอ้โม่งกักตุน ย้อนตลาดโลกลดไม่เฝ้าราคาสิงคโปร์ จี้ โยกเงินหน้าโรงกลั่นเก็บเข้ากองทุน ไม่รีดเงินจาก ปชช.ฝ่ายเดียว ฉะทำตัวไม่ต่างจากฝ่ายหารายได้ค้ำประกันกำไรสูงสุดให้โรงกลั่น
วันนี้ (9 เม.ย.) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่อง ขึ้นราคาน้ำมันอ้างตลาดโลก ลดราคาเต้าตามตลาดนัดแนะ ??!! พร้อมระบุว่า
ราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์เมื่อวานนี้ (8 เมษายน 2569) ร่วงแรงจากที่ทรัมป์ประกาศหยุดยิงกับอิหร่าน 14 วัน ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ ร่วงไป 11.67 บาทต่อลิตร บวกกับมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานให้ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร รวมแล้วต้องลด 13.67 บาทต่อลิตร เพื่อความแฟร์เทียบกับตอนขึ้นราคา
เวลาขึ้นราคา ขึ้นพรวดๆ อ้างขึ้นตามราคาตลาดโลก ถึงขนาด ผอ.กองทุนน้ำมันฯ (กบน.) ต้องไปเฝ้าราคาตลาดสิงคโปร์ เพื่อเอามาอ้างขึ้นราคาขายปลีก ตอน 22.00 น ของคืนวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อประกาศขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทต่อลิตร ในเช้าวันที่ 26 มีนาคม 2569
ที่จริง ผอ.กบน.ไม่ต้องแสดงละครก็ได้ ราคาน้ำมันสิงคโปร์หน้าโรงกลั่นวันที่ 25 มีนาคม ลดลงเมื่อเทียบกับวันที่ 24 มีนาคม เบนซินลดลง 3.28 บาท/ลิตร และดีเซลลดลง 2.26 บาท/ลิตร การขึ้นราคาหน้าปั๊ม 6 บาท ไม่ได้มาจากราคาสิงคโปร์ปรับขึ้นราคาแต่อย่างไร แต่มาจากการลดการชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ ลงทุกชนิด 6-7 บาท ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับราคาสิงคโปร์ ใช่หรือไม่
ทำให้การประกาศขึ้นราคาหน้าปั๊ม 6 บาททุกชนิดมาจากการลดการชดเชยแบบรุนแรงรวดเดียว ราวกับส่งสัญญาณให้โจรไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันเข้าปล้นประชาชน ใช่หรือไม่ ??!
พอตลาดโลกลดราคาไม่เห็นมี ผอ.กองทุนน้ำมันหน้าไหนไปนั่งเฝ้ารอประกาศราคาสิงคโปร์เมื่อคืนนี้ (8 เมษายน) ที่ราคาตลาดสิงคโปร์ร่วงรุนแรง 11.67 บาทต่อลิตร เพื่อลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มให้ประชาชนตอน 4 ทุ่มบ้าง ถ้าไม่ลดราคา10 บาทต่อลิตรให้ประชาชน ก็ไม่ควรให้โรงกลั่นโยกเงินจากหน้าโรงกลั่นไปไว้ที่ค่าการตลาด ต้องเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน ไม่ใช่รีดเงินจากประชาชนฝ่ายเดียวเพื่อประเคนชดเชยให้โรงกลั่นที่ราคาน้ำมันรวมกำไรลาภลอยบวมเป่งจนพุงปลิ้นครั้งประวัติศาสตร์ ที่แสดงออกที่ค่าการตลาด 10.5897 บาท/ลิตร ใช่หรือไม่ ??!!
ที่อ้างว่า ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี จึงไม่เป็นความจริง แต่ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดนัดแนะอย่างที่ชาวบ้านเขาเล่าลือกัน เป็นกลโกงทางคณิตศาสตร์อุบาทว์ที่นัดแนะร่วมกันรีดเงินจากคนใช้น้ำมันอย่างไม่เป็นธรรม และไม่มียางอาย ใช่หรือไม่ !!??
ผู้บริหาร กบน.อ้างกองทุนติดลบกว่า 5 หมื่นล้านบาท จึงไม่ควรปล่อยให้โรงกลั่นโยกเงินไปไว้ที่ค่าการตลาด ดีเซลควรมีค่าการตลาด 1.50 บาท/ลิตร ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) แต่วันนี้ค่าการตลาดดีเซลสูงถึง 10.5897 บาท/ลิตร เบนซินควรมีค่าการตลาด 2 บาท/ลิตร ตามมติกบง. แต่กบง.ไม่เคยกำกับ ปล่อยให้ค่าการตลาดเบนซินสูงถึง 6.2876 บาท/ลิตร โดยยังประเคนเงินชดเชยดีเซลให้โรงกลั่นถึงลิตรละ 15 บาท (ทั้งที่ยังกองทุนฯยังติดลบอยู่ถึง5หมื่นล้านบาท ) กองทุนน้ำมันฯ เอาแต่รีดนาทาเร้นประชาชน ปัจจุบันเบนซินไม่ได้รับการชดเชย เว้น E 20 ชนิดเดียว นอกนั้นถูกรีดเงินทุกลิตรเข้ากองทุนน้ำมัน (ตั้งแต่จำนวน 6.59 บาท 3.31 บาท .43 บาท) เมื่อตลาดโลกลดราคา ควรลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินด้วย ถ้าคุมค่าการตลาดเบนซินที่2บาทต่อลิตร สามารถลดราคาเบนซินลงได้ลิตรละ 4 บาททีเดียว
โครงสร้างราคาน้ำมันไม่ใช่กลไกราคาน้ำมันตลาดเสรี แต่เป็นกลโกงปล้นประชาชนชัดๆ ใช่หรือไม่ ?!!?
ขอถาม ผู้บริหารกองทุนน้ำมันฯ ว่า หัวใจพวกท่านทำด้วยอะไร ? จึงเลือดเย็นสูบเลือด สูบเงินของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าอยู่ขณะนี้ หรือถ้าไม่ใช่ให้ตอบมา??!!
ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย ประเทศไทยเรามีกองทุนน้ำมัน ที่รัฐบาลยืนหยัดจะกู้อีก 1.5 แสนล้าน ไว้ให้ กบน. ที่ทำตัวไม่ต่างจากฝ่ายจัดหารายได้เพื่อค้ำประกันกำไรสูงสุดให้โรงกลั่นใช่หรือไม่ ?!


