xs
xsm
sm
md
lg

“อรทัย” ซัดนโยบายรัฐไร้คำตอบน้ำมัน-หนี้นอกระบบ ปล่อยคนไทยจมค่าครองชีพ จี้ทบทวนฟรีวีซ่า-ปราบนอมินี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สส.กล้าธรรม อัดนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” ไร้คำตอบวิกฤตน้ำมัน-หนี้นอกระบบ ปล่อยคนไทยจมค่าครองชีพ พูดเหมือนอยู่คนละประเทศ จี้ทบทวนฟรีวีซ่า ปราบนอมินีก่อนคนไทยหมดทางยืน

เมื่อวันที่ (9 เมษายน 2569) เวลา 13.30 น. ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายรัฐบาล น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม กล่าวอภิปรายถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญว่า คำแถลงนโยบายครั้งนี้ขาดความชัดเจนในการรับมือวิกฤตที่กำลังกระทบคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันที่กำลังบั่นทอนต้นทุนชีวิตและทำลายเศรษฐกิจฐานรากอย่างหนัก โดยวิกฤตน้ำมันในขณะนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านพลังงาน แต่เป็นตัวร้ายทำลายเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน ทั้งระบบขนส่ง โลจิสติกส์ ค้าขาย การศึกษา การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน เพราะน้ำมันคือต้นทุนของทุกอย่างในชีวิตประจำวัน

น.ส.อรทัย กล่าวต่อว่า เมื่อคืนก่อนวันอภิปราย ตนได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มแท็กซี่ในจังหวัดภูเก็ตที่สะท้อนความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จนผู้ประกอบอาชีพจำนวนมากเริ่มแบกรับภาระไม่ไหว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แม้สถานการณ์โลกจะเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายจากการหยุดยิงชั่วคราว แต่สิ่งที่ประชาชนไทยต้องการจากรัฐบาลในเวลานี้ ไม่ใช่คำพูดสวยหรูหรือคำแถลงที่ดูดีบนกระดาษ หากแต่เป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชัดเจนและจับต้องได้

“คำแถลงนโยบายของรัฐบาลครั้งนี้ แทบไม่ได้สะท้อนถึงความเร่งด่วนของวิกฤตที่ประชาชนกำลังเผชิญ ราวกับรัฐบาลกำลังพูดถึงประเทศอีกใบ ทั้งที่คนไทยกำลังจมอยู่กับค่าครองชีพ หนี้สิน และความไม่แน่นอนในชีวิต” น.ส.อรทัย กล่าว

ในประเด็นปัญหาหนี้สิน น.ส.อรทัย ชี้ว่า แม้รัฐบาลจะมีแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ในระบบ ซึ่งคิดเป็นราว 65% ของผู้มีหนี้ แต่ยังละเลยคนอีกกว่า 35% ที่เป็นลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ทั้งเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานรายวัน ที่กำลังจมอยู่ในวงจรหนี้อย่างไร้ทางออก ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดทำมาตรการแก้หนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูรายได้ และการสร้างโอกาสให้คนกลุ่มนี้กลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นอกจากนี้ น.ส.อรทัย ยังหยิบยกปัญหาธุรกิจนอมินีขึ้นอภิปราย โดยระบุว่า ปัญหานี้กำลังลุกลามอย่างหนักในจังหวัดท่องเที่ยว โดยเฉพาะภูเก็ต ที่มีธุรกิจต่างชาติแฝงตัวเข้ามาประกอบกิจการแข่งกับคนไทยในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ท่องเที่ยว ขนส่ง ไปจนถึงบริการรายย่อย ปัญหาธุรกิจศูนย์บาทและนอมินี ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวไม่กระจายสู่คนไทยอย่างแท้จริง แต่กลับไหลไปอยู่ในมือกลุ่มทุนต่างชาติ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยรายเล็กกลับถูกเบียดออกจากตลาดๅ

น.ส.อรทัย ยังกล่าวถึงนโยบายท่องเที่ยวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ แต่ตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางดังกล่าวขัดแย้งกับนโยบายฟรีวีซ่าที่เปิดทางให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพำนักในไทยได้นานถึง 60 วัน ซึ่งอาจเกินความจำเป็น และกำลังสร้างภาระให้กับจังหวัดท่องเที่ยวที่มีขีดความสามารถในการรองรับจำกัด ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกินกำลังรองรับ กำลังส่งผลกระทบต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ รัฐบาลต้องทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของคนไทย

“ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงสยามเมืองยิ้มในคำโฆษณา แต่รัฐบาลต้องทำให้รอยยิ้มของประชาชนกลับมาได้จริง ด้วยนโยบายที่ลงมือทำได้จริง รัฐบาลต้องพูดแล้วทำ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนแบกทุกวิกฤตอยู่ฝ่ายเดียว”น.ส.อรทัย กล่าว