xs
xsm
sm
md
lg

ครบรอบ 28 ปีศาล รธน."นครินทร์" ชูบทบาทองค์กรตุลาการ พิทักษ์นิติธรรมและสันติภาพของโลกยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานชูบทบาท "องค์กรตุลาการ" พิทักษ์นิติธรรมและสันติภาพของโลกยุคใหม่ เนื่องในวาระครบ 28 ปี ศาลรัฐธรรมนูญไทย


วันนี้ ( 8 เม.ย.) นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูศาลรัฐธรรมนูญ ญ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้พิทักษ์หลักนิติธรรมเพื่อสันติภาพท่ามกลางระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง (Constitutional Courts as Guardians of the Rule of Law for Peace in a Changing Global Order) ในงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยครบ 28 ปี

โดยนายนครินทร์ กล่าวว่า ในศตวรรษที่ 21 ระเบียบโลกสั่นคลอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันของมหาอำนาจ การใช้นโยบายเศรษฐกิจกดดันทางการเมือง และการขยายตัวของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามพื้นฐานว่า "อำนาจรัฐมีขอบเขตเพียงใด" และองค์กรตุลาการควรยืนอยู่จุดใดระหว่างความจำเป็นทางการเมืองกับความถูกต้องทางรัฐธรรมนูญ

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยกตัวอย่างประเด็นระดับโลก เช่น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ข้อพิพาทเรื่องมาตรการกีดกันทางภาษีในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องถูกตรวจสอบโดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ หรือกรณีศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มีมติถอดถอนประธานาธิบดีจากการประกาศกฎอัยการศึก ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นบททดสอบว่า แม้รัฐจะอ้างความมั่นคงหรือผลประโยชน์แห่งชาติ แต่อำนาจฝ่ายบริหารก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและกรอบรัฐธรรมนูญ

นายนครินทร์ กล่าวถึงนิยามใหม่ของ "หลักนิติธรรม" และ "สันติภาพ” ว่า "หลักนิติธรรม" (Rule of Law) ไม่ใช่เพียงการปกครองโดยกฎหมาย แต่กฎหมายนั้นต้องเป็นธรรม ชัดเจน ไม่เลือกปฏิบัติ และมุ่งจำกัดอำนาจรัฐ พร้อมกับสร้างความชอบธรรมในเวลาเดียวกัน สันติภาพในความหมายร่วมสมัย จึงไม่ใช่แค่การไม่มีสงคราม แต่คือสภาวะที่อำนาจรัฐถูกจำกัด สิทธิเสรีภาพได้รับการคุ้มครอง และความขัดแย้งได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ศาลต้องใช้ "หลักความได้สัดส่วน"(Proportionality) ในการตรวจสอบความชอบธรรมของการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งการวินิจฉัย ว่านโยบายหรือกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องกติกาสูงสุดของประเทศชาติ

นายนครินทร์ กล่าวถึง การถ่วงดุลอำนาจเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ในระดับสากล แม้ศาลในประเทศอาจไม่มีอำนาจตรวจสอบการตัดสินใจใช้กำลังอาวุธระหว่างประเทศโดยตรง แต่สามารถตรวจสอบกระบวนการใช้อำนาจภายในประเทศได้ เช่น ตรวจสอบว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการกระทำนั้นจำกัดสิทธิประชาชนเกินสมควรหรือไม่ นอกจากนี้ ภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) การอ้างความมั่นคง เช่น ภัยจากการก่อการร้ายหรือวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่สามารถถูกนำมาเป็นเหตุผลไร้ขอบเขตในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลได้

นายนครินทร์ กล่าวถึงบทบาทระดับสากลและสิทธิของคนรุ่นต่อไป ว่าปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญได้ยกระดับบทบาทเป็นสถาปัตยกรรมกฎหมายโลก ดังสะท้อนจากการประชุมใหญ่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ครั้งที่ 6 (WCCJ) ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเน้นย้ำเนื้อหาใน "ร่างแถลงการณ์กรุงมาดริด" ว่าด้วยการขยายขอบเขตหลักนิติธรรมไปสู่สิทธิของคนรุ่นต่อไป ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ สิทธิทางดิจิทัล และการกำกับดูแลนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม

อีกหนึ่งความสำเร็จคือ ในการประชุมสมาคมศาลรัฐธรรมนูญและสถาบันเทียบเท่าแห่งเอเชีย (AACC) ที่ประชุมได้มีฉันทามติเลือกศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้เป็นผู้แทนภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินการที่โปร่งใสและหลักนิติธรรมในระดับสถาบันระหว่างประเทศ

นายนครินทร์ ได้กล่าวสรุปว่า ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยยึดมั่นในภารกิจการพิทักษ์กติกาสูงสุดของสังคม เพราะเมื่ออำนาจรัฐถูกจำกัดและสิทธิเสรีภาพได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง ความขัดแย้งต่างๆ จะคลี่คลายลงได้โดยสันติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน พร้อมขอบคุณพันธมิตรจากทั่วโลกที่มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และรวมพลังเครือข่ายองค์กรตุลาการเพื่อสร้างความยุติธรรมและสันติสุขในโลกยุคใหม่