xs
xsm
sm
md
lg

มท.ไม่ประมาท เตรียมแผนเผชิญเหตุ “คณะฮัจย์ 69” 21 เที่ยวบิน 7,037 คน เข้ามักกะห์ หลังติดตามสถานการณ์ “ไม่กระทบโดยตรง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปลัด มท.” เตรียมแผนเผชิญเหตุ “คณะฮัจย์ ปี 69” เตรียมบินจากเมืองไทย 21 เที่ยวบิน 7,037 คน เข้านครมักกะห์ หลังติดตามรายงาน “ไม่กระทบโดยตรง” สถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมเตรียม “มาตรการเยียวยากรณีฉุกเฉิน” ไว้ ทั้งด้านความปลอดภัย การเดินทาง ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ ครบ 100%

วันนี้ (7 เม.ย.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ติดตามความคืบหน้าการเตรียมการกิจการฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447)

ที่ประชุมรับรายงานการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้สถานการณ์ความไม่สงบ ในขณะนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบพิธีฮัจย์

“อย่างไรก็ตาม ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ตลอดจนมาตรการเยียวยาในกรณีฉุกเฉินไว้ ทั้งด้านความปลอดภัย การเดินทาง และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ”

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้แสวงบุญชาวไทย จะได้รับความคุ้มครองและความปลอดภัยสูงสุดตลอดการปฏิบัติศาสนกิจ

ความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริหารจัดการกิจการฮัจย์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความสะดวก และศักดิ์ศรีของผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ ราบรื่น และเกิดความประทับใจสูงสุด

กลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคง รายงานว่า ขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยมีผู้ได้รับสิทธิเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จำนวน 7,037 คน และสามารถดำเนินการออกหนังสือเดินทางและตรวจลงตรา (VISA) ได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ภายในระยะเวลาที่ทางการซาอุดีอาระเบียกำหนด

ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดเที่ยวบินเพื่อขนส่งผู้แสวงบุญให้เดินทาง 2 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ รวมจำนวน 21 เที่ยวบิน ครอบคลุมผู้เดินทางทั้งหมด

โดยจะมีการบริหารจัดการด้านต้นทุน ความปลอดภัย และความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ รวมถึงการกำหนดสายการบินและรูปแบบการเดินทางที่เหมาะสม

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ในขณะนี้ทางจุฬาราชมนตรี ได้ตอบรับเป็นอะมีรุ้ลฮัจย์ หรือรออิสบิซาตุลฮัจย์ อัลรัสมียะห์ (หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ) เพื่อนำคณะผู้แทนฮัจย์ทางการไทยเดินทางไปดูแลพี่น้องมุสลิมผู้แสวงบุญอย่างใกล้ชิดแล้ว

และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านที่พักและสวัสดิการอย่างรัดกุม โดยจัดเช่าอาคารที่พักในเมืองมักกะห์ และเมืองมาดีนะห์

พร้อมทั้งจัดตั้งสำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยในเมืองมักกะห์ เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานให้สามารถดูแลผู้แสวงบุญได้อย่างใกล้ชิดในทุกมิติ .