xs
xsm
sm
md
lg

48 ชม.โลกระทึก มั่นใจ“อนุทิน”พารอด !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล
เมืองไทย 360 องศา



นาทีนี้ เชื่อว่าทั้งโลกกำลังรอลุ้นกันว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะออกมาแบบไหน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “ขีดเส้นตาย” ล่าสุด ให้ทางอิหร่าน ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุช และเจรจาสันติภาพ โดยให้เวลาภายใน 48 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะต้องเจอกับหายนะ นั่นคือต้องเจอกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด โดยเฉพาะสะพาน โรงไฟฟ้าทั่วประเทศ ให้แหลกเป็นจุล โดย 48 ชั่วโมงดังกล่าว จะครบกำหนดในเวลา 7.00 น. ของวันพุธที่ 8 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งเสียงขู่ล่าสุด ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์ เป็นการตอบคำถามหนึ่งที่ถามว่า กรอบเวลา 2-3 สัปดาห์ สำหรับทำข้อตกลง ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ โดย มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการเล็งเป้าโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนในอิหร่าน และผลลัพธ์ที่ตามมาจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน

“มันจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่ไม่กี่สัปดาห์” ทรัมป์ กล่าาว พร้อมระบุ “อิหร่านพังทลายแล้ว ยับเยินแล้ว และทุกๆวัน กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ ทุกๆ วัน พวกเขาจะเป็นต้องสร้างสะพานเพิ่มเติม พวกเขาจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่นเดียวกับสร้างทุกๆ อย่างเพิ่มเติม” ประธานาธิบดีสหรัฐฯระบุ “ไม่มีประเทศไหนที่เคยถูกโจมตีอย่างหนักแบบนั้นมาก่อน”

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยให้เวลาอิหร่าน 48 ชั่วโมง สำหรับบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือทำข้อตกลงสันติภาพ “ถ้ามันไม่เกิดขึ้น เราจะระเบิดทำลายทั่วประเทศ เราจะระเบิด อย่างที่ผมเคยพูด มันจะเป็นวันแห่งการระเบิดสะพาน มันจะเป็นวันแห่งการระเบิดโรงไฟฟ้าในประเทศอิหร่าน”

ประธานาธิบดีรายนี้ ดูเหมือนจะอ้างถึงคำขาดที่เขาโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ของเขาเอง ในวันอาทิตย์ (5 เม.ย.) ที่ขู่ให้ อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

หลังจากขยายเส้นตายสำหรับเปิดช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว 2 รอบ ทรัมป์ เตือนรัฐบาลอิหร่านว่า ถ้าไม่เปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมัน และการค้าที่สำคัญยิ่งแห่งนี้ภายในวันอังคารที่ 7 เมษายน “พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในนรก คอยดูแล้วกัน”

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ในวันอาทิตย์ (5เม.ย.) ทรัมป์ เน้นย้ำขีดเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ “ถ้าพวกเขาไม่ทำอะไรบางอย่างภายในช่วงเย็นวันอังคาร พวกเขาจะไม่เหลือโรงไฟฟ้าและจะไม่เหลือสะพานยืนหยัดอยู่” ทรัมป์บอกกับวอลล์สตรีท เจอร์นัล

ในเวลาต่อมา ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล คราวนี้ไม่ได้พาดพิงถึงอิหร่านหรือรายละเอียดอื่นใด ยกเว้นแต่เขียนว่า " 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก วันอังคาร" หลังจากก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าอิหร่านจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร (7เม.ย.) แต่ไม่ให้ได้กรอบเวลาอย่างเจาะจง

ขณะที่ปฏิกิริยาจากฝ่ายอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตอบโต้คำขู่ของ ทรัมป์ ด้วยการโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ระบุว่า “ความเคลื่อนไหวที่ขาดความยั้งคิดของแก กำลังลากสหรัฐฯเข้าสู่ขุมนรกบนดินสำหรับทุกๆ ครอบครัว และภูมิภาคของเขากำลังถูกแผดเผา เพียงเพราะแกยืนกรานทำตามความต้องการของ เนทันยาฮู"

“อย่าเข้าใจอะไรผิด แกจะไม่ได้อะไรผ่านการก่ออาชญากรรมสงคราม ทางออกที่แท้จริงเพียงทางออกเดียวคือ เคารพต่อสิทธิประชาชนชาวอิหร่าน และจบเกมที่อันตรายนี้” โพสต์ของประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุ

หากพิจารณาจากคำขู่ดังกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งนี้ถือว่ามีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน และยังเป็นการยืดเวลาอีกสองวัน หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้กำหนดเวลาเอาไว้เป็นเวลา 10 วัน สำหรับการโจมตี ซึ่งอาจเป็นเพราะเพื่อประวิงเวลาเอาไว้ ขณะที่กำลังมีการช่วยเหลือนักบินสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน แต่เมื่อการช่วยเหลือได้สำเร็จ ทำให้มีการกำหนดเส้นตายใหม่ ซึ่งตรงกับเช้าวันพุธ ตามเวลาในประเทศไทย

แน่นอนว่า สำหรับประเทศไทยและทั้งโลก ต่างก็เฝ้าจับตารอดูว่าสงครามครั้งนี้ จะลงเอยแบบไหน และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำตามคำขู่หรือไม่ นั่นคือ โจมตีสะพาน และโรงไฟฟ้าของอิหร่านทั่วประเทศ ซึ่งนี่คือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของพลเรือนโดยตรง

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งทางฝ่ายอิหร่านก็ประกาศชัดเจนทำนอง ว่า “กูไม่กลัวมึง” หากถูกโจมตีเมื่อใด ก็จะเล็งเป้าโจมตีกลุ่มประเทศรอบอ่าว ที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐด้วยเหมือนกัน นั่นคือ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานกับประเทศเหล่านั้นด้วยเหมือนกัน ก็ลองหลับตานึกภาพเอาก็แล้วกันว่า “โลกเราจะอยู่อย่างไร” ราคาน้ำมันจะปั่นป่วนกันขนาดไหน

แม้ว่าล่าสุดมีรายงานออกมาว่า ทั้งสหรัฐฯและอิหร่านได้รับ “แผนยุติการสู้รบ” ชั่วคราว ที่มี ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี เป็นตัวกลาง โดยแผนดังกล่าว จะเป็นการยุติการสู้รบชั่วคราวก่อน 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะขยายออกไปเป็นการยุติแบบถาวรต่อไป อย่างไรก็ดี ประเทศคู่กรณียังไม่มีผลการตอบรับออกมา 

แน่นอนว่า นับจากนี้ไปทั้งโลกย่อมต้องจับตามองด้วยใจระทึก เพราะมีผลกระทบต่อทุกประเทศว่าจะผลจะออกมาอย่างไร อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็จะได้รู้กัน 

แต่สำหรับประเทศไทย แม้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่เราจะได้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในชุด “อนุทิน 2” ว่าจะสามารถนำพาประเทศไปได้หรือไม่ ในสถานการณ์แบบนี้ จะทำให้เราต้องบอบช้ำน้อยที่สุดได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณที่ทำให้ประชาชนไม่ค่อยมั่นใจ รวมไปถึงความรู้สึกที่ “ไม่เห็นใจ” นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะนี่เป็นแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังโดนขนาดนี้

ขณะเดียวกันก็มีคำถามตามมาว่า มันเป็นเพราะสาเหตุใดกันแน่ ที่ทำให้ชาวบ้านไม่มีความรู้สึกเห็นใจนายกรัฐมนตรี และคนในรัฐบาล ซึ่งหากประมวลจากคำตอบก็น่าจะมาจากความ “ไม่น่าไว้วางใจ” นั่นแหละ!!