xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวร้ายรัวๆคนไม่เชื่อมั่น อนุทิน-3 มืออาชีพ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว - เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ - ศุภจี สุธรรมพันธุ์
เมืองไทย 360 องศา

หากนับตามไทม์ไลน์ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเข้าบริหารประเทศได้ตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ หลังจากที่ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งล่าสุดมีการกำหนดวันแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ หลังจากนั้นก็จะเริ่มบริหารจัดการได้อย่างเต็มตัวเสียที

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลของ นายอนุทิน จะเป็นรัฐบาลรักษาการ สามารถบริหารราชการได้ตามกฎหมาย แทบไม่ต่างจากรัฐบาลปกติ เพียงแต่ว่าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การกู้เงิน จะต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เสียก่อน อย่างไรก็ดีในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมาประเทศไทยและทั่วโลกต่างประวบกับวิกฤติด้านพลังงานหรือน้ำมัน จากผลของสงครามในตะวันออกกลาง

แน่นอนว่าสำหรับประเทศไทย ต้องมีปัญหาน้ำมันแพง ในช่วงเริ่มต้นมีปัญหา “น้ำมันขาดปั๊ม” หาเติมไม่ได้ และนับจากนี้ไปต้องเจอกับปัญหา “ของแพงกระฉูด” นั่นคือทุกอย่างแพงหมด อย่างรก็ดีที่ผ่านมาสิ่งที่รัฐบาลแสดงให้เห็นในช่วงที่ผ่านมาถือว่าไม่ได้สร้างความประทับใจหรือสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้มากนัก

ตรงกันข้ามท่าที และ“แบ็กกราวด์” ของรัฐมนตรีในรัฐบาลบางคนกลับสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชน จนมีการกล่าวหาในทำนองว่า “มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ซึ่งเมื่อเกิดความไม่เชื่อมั่นแบบนี้ขึ้นมาย่อมส่งผลกับการบริหารราชการ เพราะเมื่อชาวบ้านไม่เชื่อมั่นแล้ว การแก้ปัญหาก็จะทำได้ยากลำบากตามมา เหมือนกับในตอนนี้เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจล่าสุด ปรากฏว่าชาวบ้านไม่เชื่อมั่นทั้งตัว นายกรัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ “ทีมมืออาชีพ” ที่ถูกดึงเข้ามาทั้งสามคน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็น “สัญญาณเชิงลบ” ตั้งแต่เริ่มต้น

เพราะการที่ นายอนุทินดึงเอา “สามมืออาชีพ” ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ และการต่างประเทศ และที่ผ่านมาอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนสำคัญก็มาจาก “สามคน” ดังกล่าว แม้ว่าจะมีองค์ประกอบอื่นทั้งในเรื่อง “บ้านใหญ่” ที่ถูกดึงเข้ามา หรือกระแสชาตินิยมจากสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาก็ตาม แต่พวกเขาก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ

อย่างไรก็ดี เมื่อต้องเจอกับปัญหาหนักหน่วงที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางดังกล่าว อีกทั้งข้ออ้างในเรื่องอำนาจการบริหารทำได้ไม่เต็มที่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการนั้น นาทีนี้อาจฟังไม่ขึ้น หรือไม่ก็ชาวบ้านไม่สนใจฟังแล้ว เพราะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นมันแสนสาหัส และหากความ “ไม่เชื่อมั่น” เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นมือแบบนี้ มันก็เป็นสัญญาณไม่ดีเอาเสียเลย ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นไปอีก เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านในช่วงเริ่มต้นของรัฐบาลทุกรัฐบาล อย่างน้อยก็มีช่วง 3 เดือนแรกที่เสียงวิจารณ์จะมีการ “ยั้งมือ” เพราะเห็นว่าเพิ่งเข้ามา หรือแม้แต่การ “ซักฟอก” ก็อย่างน้อยต้องรอ 3-6 เดือนผ่านไปก่อน
แต่คราวนี้อาจเป็นเพราะทั้งรัฐบาลรักษาการและรัฐบาลจริงที่กำลังเข้ามาล้วนเป็น “ทีมเดียวกัน” สามารถบริหารแบบไร้รอยต่อ แต่ผลที่ออกมายัง “จับทิศทาง” การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมันก็ยิ่งลำบาก และสะท้อนออกมาผ่านทางผลสำรวจ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “รัฐมนตรีมืออาชีพ… เอาอยู่หรือไม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2569 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อความพยายามของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความมั่นใจของประชาชนต่อรัฐมนตรีคนนอก 3 ท่าน ในการนำพาประเทศผ่านวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ พบว่า

1. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวอย่าง ร้อยละ 30.23 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 29.54 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 22.82 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 16.03 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

2. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตัวอย่าง ร้อยละ 33.89 ระบุว่า
ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 28.70 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 14.35 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตัวอย่าง ร้อยละ 40.38 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 37.10 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 14.12 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 7.10 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเห็นใจของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในความพยายามแก้ไขวิกฤตพลังงาน และเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.87 ระบุว่า ไม่เห็นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นใจ ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นใจ ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เห็นใจมาก และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

แน่นอนว่านี่คือสัญญาณที่ไม่เป็นบวกกับรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมาถือว่าพวกเขา “แบกความเชื่อมั่น” แบกความหวังของประชาชนเอาไว้มาก พิสูจน์ได้จากผลการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะถล่มทลายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคนี้ขึ้นมา

ขณะเดียวกัน “สามมืออาชีพ” ดังกล่าวที่ถูกดึงเข้ามา ก็ล้วนเป็นความหวัง ที่หวังว่าจะเข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ และการต่างประเทศที่เราต้องเจอกับภาวะตกต่ำซบเซามานาน แต่ล่าสุดเมื่อเจอกับ “ภาวะวิกฤต” ด้านพลังงานก็เริ่มทำให้รัฐบาลมี “อาการเป๋” อย่างเห็นได้ชัด ข้อกล่าวหาและข้อสงสัยในเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” กำลังทำลายความเชื่อมั่นและเครดิตของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งกำลังจะเริ่มนับหนึ่งการบริหารแบบของจริง ได้เวลาพิสูจน์ฝีมือ แต่นาทีนี้ความไม่เชื่อมั่นได้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้งานยากกว่าเดิมหลายเท่า !!