xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กดุลย์” เผยข่าว BHQ ลอบเข้าไทยเป็นข้อมูลเบื้องต้น สั่งตรวจสอบแล้ว ย้อนถามจะเชื่อ "วีระ" หรือเชื่อทหารในพื้นที่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บิ๊กดุลย์” ไม่หนักใจขึ้นกุมบังเหียนกลาโหม เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศ ชี้หากมีปะทะไทย-กัมพูชารอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ขออย่าเชื่อข่าวลือ-โซเชียล เผยสั่งตรวจสอบแล้วข่าว BHQ ลอบเข้าไทย เป็นข้อมูลเบื้องต้น ย้อนถามจะเชื่อ "วีระ" หรือเชื่อทหารในพื้นที่

วันนี้ (4 เม.ย.69) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศกำลังเจอกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามีความกดดันหรือไม่ว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่า ตนไม่ลำบากใจเลย เพราะเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับหน่วย ซึ่งทุกคนมีความมุ่งมั่นอันเดียวกันที่จะรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน จบจากโรงเรียนเหล่าทหารของแต่ละเหล่าทัพ ทั้งโรงเรียนนายสิบ และโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเราไม่ได้แบ่งแยก แต่ว่าเป็นเส้นทางในการศึกษา โดยพอมาอยู่ในหน่วยก็มาอยู่หน่วยเดียวกัน กลายเป็นทีมเดียวกัน ไม่ต้องกังวลใจ

เมื่อถามว่า ได้มีการมอบนโยบายเรื่องของการดูแลปัญหาชายแดนอย่างไร เพราะในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้งระดับประเทศ กลัวว่า จะมีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นหรือไม่ พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรบรอบที่ 3 แต่ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีความเชื่อมั่นในกำลังพลในการป้องกันชายแดน ซึ่งการจะรบ ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ซึ่งเรามีระบบการข่าวกรอง หรือ ISR (Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance) ที่ดี และขอให้เข้าใจว่า เรามีระบบการติดตาม และระบบเฝ้าตรวจสิ่งบอกเหตุ ซึ่งขอให้อย่าไปเชื่อข่าวลือ แต่ขอให้เชื่อข่าวสารของทางการ ที่ปล่อยออกไป เช่น จากโฆษกกองทัพภาค หรือว่า นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีช่องทางการติดต่อกับชาวบ้านอยู่แล้ว ซึ่งหากมีเหตุการณ์ก็จะมีการแจ้งผ่านช่องทางเหล่านี้ ขออย่าไปเชื่อโซเชียล เพราะขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะสงครามที่เรียกว่า สงครามไฮบริด (Hybrid Warfare) หรือ สงครามลูกผสม ซึ่งขอให้ดูแล้วใช้วิจารณญาณ เพราะว่า คนที่นำข้อมูลมาโพสต์ในโซเชียล เขาต้องการอะไรเราไม่รู้ ซึ่งต้องการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ขอให้ใจเย็น ๆ อย่าไปสร้างความแตกแยกให้กับผู้ปฏิบัติงาน

พลโท อดุลย์ ยืนยันว่า ผู้บังคับหน่วยทหาร ไม่มีใครไม่รักลูกน้อง

ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เรียกรับส่วย แล้วปล่อยให้ทหาร BHQ เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายนั้น พลโท อดุลย์ ย้อนถามกลับว่า จะเชื่อนายวีระ หรือจะเชื่อทหารในพื้นที่ทหาร แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนายวีระ ได้ให้ข้อมูลเป็นข่าวสารขั้นต้น ซึ่งเราก็รับฟัง ตนก็ได้นำมาตรวจสอบกับคนในพื้นที่ว่า เป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ยืนยันว่า ไม่ได้ว่านายวีระ เพราะเมื่อมีข่าวสารอะไรก็พร้อมรับฟังทั้งหมดให้หน่วยในพื้นที่ไปกลั่นกรอง ตรวจสอบ และมาตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม  นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชันได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนพัวพันกับการเรียกรับส่วยชายแดน และการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อสอบปากคำพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 1 ราย ที่ให้ข้อมูลสำคัญต่อคดี โดยมีนายวีระร่วมรับฟังการให้ข้อมูลดังกล่าวด้วย

ต่อมานายวีระ ได้เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์จะเข้าสู่ช่วงหลังการหยุดยิงแล้ว แต่ขบวนการลักลอบขนคนข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกวัน โดยมีบุคคลหลากหลายสัญชาติ อาทิ ไทย จีน กัมพูชา ลาว รัสเซีย และมาเลเซีย ลักลอบเข้า-ออกประเทศ ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ สาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยปละละเลยและการปฏิบัติหน้าที่อย่างหละหลวมของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่วยชายแดน เพื่อเอื้อให้เกิดการลักลอบข้ามแดน โดยเฉพาะในช่วงที่ด่านพรมแดนยังคงปิดอยู่

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลหน่วย BHQ ของนายฮุนเซน ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในช่วงปิดด่าน แม้ยังไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเข้ามาเพื่อสืบข่าว หรือดำเนินภารกิจบางอย่าง ซึ่งหากสามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้นใน เช่น กรุงเทพมหานคร อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทั้งการลอบทำร้ายบุคคลสำคัญหรือก่อเหตุวินาศกรรม ซึ่งเรื่องนี้ทางจเรตำรวจได้รับทราบข้อมูลแล้ว