xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" แถลงพบผู้ค้ารายใหญ่-จ๊อบเบอร์กักตุนน้ำมันค้ากำไร ประวิงเวลา-ลักลอบขนถ่ายกลางทะเล ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"อนุทิน" นำทีมแถลง ศบก.ผลปราบขบวนกักตุนน้ำมัน พบพฤติกรรมกักตุนค้ากำไร หลังติดตามผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และผู้ค้าระดับตัวกลาง 2 รูปแบบ "ประวิงเวลาทางทะเล-ลักลอบขนถ่ายกลางทะเล" สั่งเร่งตรวจสอบขยายผล ขณะที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษ ยึด "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ไม่สนอิทธิพลใดๆ ฮึ่มเอาเปรียบประชาชน ต้องเจอ กม.เฉียบขาด ย้ำสงกรานต์นี้น้ำมันมีพอ วอนอย่ากักตุนใส่แกลลอน พร้อมทิ้งท้ายสัปดาห์หน้าปรับโครงสร้างเป็น "ศบก.พลัส" เน้นมาตรการช่วยเหลือและปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันอย่างยั่งยืนต่อไป

วันที่ 3 เม.ย.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ประจำวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยมี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พลโทอดุลย์บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ต.ต. ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน รศ.พล.ต.อ. ดร.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รอง ผบ.ตร. ผอ. ศปนม.ตร.นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต


นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในส่วนของพวกผมที่มาแถลงในขณะนี้ เพื่อต้องการชี้แจงและแจ้งข่าว ในส่วนของการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามความพยายามของผู้ที่จะกักตุนและลักลอบ ขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ ซึ่งวันนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบกัดตุนการขายน้ำมัน หรือพูดง่ายๆผู้ที่ทำผิดกฎหมายหรือฉวยโอกาส ทำให้น้ำมันของเราไปถูกขายด้วยวิธีการที่ไม่ถูกกฎหมาย รัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์หรือศบก.มา รวมทั้งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ในการตรวจสอบติดตามและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุนน้ำมัน ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน

"ซึ่งผมได้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดหลักการดำเนินการนี้ด้วยหลักการปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าใครก็ตามดำเนินการเอาเปรียบพี่น้องประชาชนทำลายความมั่นคงทางด้านพลังงานแห่งชาติ หากพบว่า เป็นใครก็ตามมีอิทธิพลแค่ไหนก็ตามเราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดและเคร่งครัด"นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่าทางกระทรวงยุติธรรมโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือศรชล. กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายในกรมศุลกากรและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินการผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และผู้ค้าระดับผู้รับน้ำมันจากผู้ค้าหรือ จ๊อบเบอร์ ซึ่งผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไรดังนี้

1. มีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเล ซึ่งหมายความว่าลอยลำเรือไว้ ไม่ให้เข้ามาตามเวลาที่ปกติ โดยหวังการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน จึงค่อยฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบ เพื่อให้กำไรมากขึ้น

2. มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทางสถานี การขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทาง เพื่อกักตุนในขณะนี้พวกเราทุกคนกำลังทำการตรวจสอบและขยายผลว่าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใดๆบ้างเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายกลางทะเล ซึ่งกำลังเร่งสอบสวนและขยายผลเช่นกัน


ทั้งนี้ มีความผิดปกติที่ได้ตรวจพบการรายงานปริมาณน้ำมันระหว่างหน่วยตรวจสอบคือกรมเจ้าท่า กรมธุรกิจพลังงานและข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นที่ได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ของกรมสรรพสามิตโดยเราจะตรวจสอบยืนยันกับฐานข้อมูลการเดินเรือของศรชล. และขยายผลการตรวจสอบการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไขเช่นส่งออกน้ำมันเกินที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่ การกระทำทั้งหมดนี้เป็นการค้ากำไรเกินควรจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในห้วงเวลาที่เกิดวิกฤตพลังงานของโลกทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างต้นทุนกับราคาขายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกองทุนน้ำมันได้ชดเชยทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ส่งผลต้องนำเงินไปสนับสนุนให้กองทุนน้ำมันลิตรละประมาณ 17 บาท เรามีเจตนารมณ์ต้องการสนับสนุน พี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ำมันที่เป็นคนไทยชาวไทย ผู้สัญจรตามท้องถนน ไม่ใช่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการกักตุนลักลอบขนถ่ายน้ำมันของเราไปขายยังต่างประเทศ ฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดำเนินการปราบปรามในเรื่องพวกนี้อย่างเด็ดขาด ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบและเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้จะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ได้ทำการตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษและดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป

"ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนเหล่านี้และได้ดำเนินการให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและหลังจากนี้จะใช้มาตรการเชิงป้องกันในการเฝ้าระวังจากสิ่งที่เราได้ตรวจพบควบคู่ไปกับการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป โดยรายละเอียดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะหัวหน้าทีม และผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนของการปฏิบัติการครั้งนี้ได้ชี้แจงให้ผู้สื่อข่าวและประชาชนรับทราบต่อไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว


นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ผมได้มีข้อสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราเห็นแล้วว่าในยุคที่มีวิกฤตขนาดนี้ยังมีคนพยายามจะเอาเปรียบพี่น้องประชาชน เห็นแก่เล็ก แก่น้อยสร้างความเดือดร้อนเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชน เป็นเหตุให้เราต้องมาร่วมมือกันและดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดคาดว่าเราจะสามารถที่จะหยุด การกระทำอันผิดกฎหมายนี้ ซึ่งจะเห็นว่าน้ำมันที่ใช้ในช่วงปกติก่อนวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เราใช้ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน เมื่อมีวิกฤตการณ์เกิดการสู้รบในตะวันออกกลางเกิดขึ้นรัฐบาลพยายาม ทำให้เกิดสถานการณ์และควบคุมสถานการณ์ให้ปกติ โดยที่ไม่มีน้ำมันขาดแคลน แต่จำนวนปริมาณมันเพิ่มขึ้นไปได้อย่างไร จาก 67 ล้านลิตร เป็น 90 ล้านลิตรต่อวันแสดงว่ามีการซื้อหรือมีการถ่ายน้ำมันออกไปจากระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาหลังจากมีสถานการณ์จาก 67 ล้านหรือเป็น 85 ล้านลิตรต่อวันเกินไป 20 ล้านลิตรต่อวันซึ่งตรวจสอบในระบบเศรษฐกิจของการผลิตระบบภาคอุตสาหกรรมไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาต้องไปใช้น้ำมันถึงขนาดนี้ จึงสันนิษฐานว่าจะต้องมีเกิดการลักลอบกักตุนเกิดขึ้น ซึ่งได้มีการรวมทีมบูรณาการหน่วยงานปราบปราม หน่วยงานด้านความมั่นคง ไปตรวจสอบและพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น หวังว่าหลังจากดำเนินการด้านนี้ไป เรื่องการจะมีน้ำมันออกไปจากระบบไม่น่าจะเกิดขึ้น จึงอยากเรียนย้ำว่ารัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ปริมาณน้ำมันในประเทศไทยถูกควบคุมและใช้ในประเทศไทยให้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนท้ายว่า ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกส่วนในส่วนที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและในเรื่องน้ำมันก็กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนที่จะสร้างความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันให้พี่น้องประชาชนได้เติมใช้ในรูปแบบการใช้งานปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าในส่วนนี้เราได้บริหารจัดการและเชื่อมั่นว่า จะมีน้ำมันรูปแบบต่างๆให้บริการแก่พี่น้องประชาชนในช่วงวันหยุด เทศกาลนี้ได้อย่างทันปกติ


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนกว่าเดี๋ยวน้ำมันจะขาด เดี๋ยวไปแล้วกลับบ้านไม่ได้ ถ้าเราใช้แบบสภาวะปกติ ไม่ต้องไปเผื่อ ใส่ในถังหรือแกลลอน ไปตุนไว้ น้ำมันก็จะมีให้บริการ เหมือนทุกๆครั้งทุกๆปี โดยปีนี้เราป้องกันว่าเดี๋ยวจะเกิดการขาดบ้าง จึงได้ประสานงานไปยังผู้ประกอบการ มาตรา 7 และมาตรา 10 ของพรบ. พลังงาน ให้มีการสแตนบายรถขนส่งน้ำมันในช่วงเทศกาลนี้มากเป็นพิเศษ ซึ่งปกติในช่วงเทศกาลรถขนส่ง น้ำมันจะกำหนดเวลาในการส่งไว้ แต่ในกรณีปีนี้ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคายความกังวลให้มากที่สุด ได้เดินทางพบกับครอบครัว ใช้วันหยุด ให้มีความสุขมากที่สุด เราได้เตรียมการยกเว้นระเบียบ ในการที่จะให้รถขนส่งน้ำมันเหล่านี้ ถ้ามีการร้องขอจากปั๊มต่างๆ ในเวลาใดที่เขาขาดก็จะไปเติมให้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนไปกังวลแล้วใช้กันเยอะตุนกันเยอะไม่ได้เติมแต่รถอย่างเดียว แต่ใส่ถังใส่แกลลอนกลับบ้านก็จะเกิดการขาดน้ำมัน ที่จะให้บริการอย่างแน่นอน ฉะนั้นถ้าทุกคนดำเนินการด้วยภาวะปกติใช้ไปเดินทางจนถึงบ้าน ขากลับค่อยเติม ไม่ใช่ลด 1 ขีดแล้วเติมเพราะกลัวจะไม่มีน้ำมัน สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ขอให้ทุกท่าน เตรียมวางแผน การเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อพบกับครอบครัว ฉลองวันครอบครัวให้มีความสุขเต็มที่ ในส่วนของพวกเราจะดำเนินการป้องกัน ปราบปรามดำเนินคดี ซึ่งทุกท่านในที่นี้ล้วนแต่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความมุ่งมั่น ที่จะปราบปรามและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือมาเอารัฐเอาเปรียบพี่น้องประชาชน ในสถานการณ์ วิกฤติด้านพลังงานเช่นนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในความพยายามของรัฐบาล ที่จะมุ่งมั่นแก้ไขและป้องกันปราบปรามการกระทำผิดในเรื่องน้ำมันให้มากที่สุด และเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เรามี ในส่วนการป้องกันปราบปรามการกักตุนน้ำมัน

"ขอสรุปสั้นๆ ศบก.ถูกตั้งโดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่กำลังจะสิ้นสุดวาระลงสัปดาห์หน้าจะมีการตั้งศบก.ชุดใหม่ขึ้นมาตามกฎหมายทุกอย่าง โดยรอบแรกเน้นเรื่องการบริหารจัดการว่าจะต้องมีปริมาณน้ำมันเพียงพอที่จะ ให้การใช้ในประเทศไม่มีความขาดแคลน โดยศบก.รัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาจะเน้นในเรื่องมาตรการการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน เน้นการบริหารจัดการ ปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน ฉะนั้นจะมีภารกิจ เพิ่มเติมมากขึ้นกว่า ศบก.ชุดเดิมเรียกว่าเป็นศบก.พลัส ที่จะต้อง มีภารกิจเพิ่มเติมอีกหลายระดับ ที่จะต้องประคับประคองสถานการณ์นี้ต่อไป เนื่องจากประเทศไทยไม่มีทรัพยากรน้ำมันเป็นของตัวเอง 


"ฉะนั้นเราต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรามีโรงกลั่น สิ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนคือเรามีโรงกลั่น มีหน่วยงานและบริษัทที่ซื้อ ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังหรือโดยรัฐอย่างเช่น ปตท.และบริษัทในเครือที่เรามีเครือข่ายทางธุรกิจมากมายทั่วโลก มีการประสานงานเชื่อม Network ต่างๆที่เขามีอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเรายังมีช่องทางที่จะสรรหา ในกรณีการสรรหาน้ำมันดิบเข้ามากลั่นในประเทศไทยเป็นปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าพี่น้องประชาชนใช้แบบกังวล ก็จะทำให้เกิดการขาดได้ เพราะปริมาณความสามารถในการกลั่นน้ำมันแต่ละวัน อยู่ที่ประมาณ 80 ล้านลิตรต่อวันแต่ทุกวันนี้ด้วยความกังวลทำให้ปริมาณนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 85 ถึง 86 ล้านลิตรต่อวัน และชุดของพวกเราก็เห็นว่าขึ้นมาได้อย่างไร จึงได้ปราบปรามในส่วนนี้ อย่างมากก็ลดลงไปได้ประมาณ 7-10 ล้านลิตรต่อวัน ในการที่จะมีไปกักตุน แต่ปริมาณการใช้ก็มากกว่าปกติก่อนเกิดสงครามอยู่ดี

"ฉะนั้นต้องกราบขอความช่วยเหลือ ความเข้าใจจากพี่น้องประชาชน หากใช้กลับมาในสภาวะปกติ การบริหารสถานการณ์น้ำมันก็จะไม่มีการขาดแคลนเกิดขึ้น ตอนนี้สั่งน้ำมันดิบ Firm Order ไปแล้วจะมีการส่งเข้ามาปกติ จนถึงแถวๆต้นเดือนมิถุนายน เรายังจะใช้วิธีการในการหาจัดซื้อ สรรหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นๆด้วย ซึ่งก็มีการติดต่ออยู่ตลอดเวลา จึงขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลดำเนินการทุกวิธีทางบางทีไม่ได้พูด ไม่ได้แถลงออกมาเยอะ เพราะบางเรื่องเป็นความลับ ที่ต้องเกิดความมั่นใจก่อนว่าปฏิบัติได้ เมื่อปฏิบัติสำเร็จแล้ว ไม่เกิดข่าวรั่วไหล จึงออกมาแจ้ง ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ปกปิดหรือปิดบังข้อมูลใดๆกับพี่น้องประชาชนและขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลคำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรกเสมอและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว