กมธ.ติดตามงบประมาณฯ สว.รุดสางปมค้างจ่ายกรมฝนหลวง เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ กันปัญหาทิ้งงาน แนะตรวจสอบความพร้อมโครงการก่อนตั้งงบ
วันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองโฆษกกรรมาธิการการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ คือ การติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินชดเชยค่าก่อสร้าง ตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือ ค่า K
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า เมื่อภาครัฐจ้างเอกชนมาทำงาน แต่ในระหว่างที่ทำอยู่นั้น ราคาน้ำมัน ราคาเหล็ก หรือค่าแรงเกิดพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในวันเซ็นสัญญา รัฐจึงมีกลไกจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างนี้ เพื่อไม่ให้ผู้รับเหมาต้องขาดทุนจนต้องทิ้งงานไป แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือรัฐค้างจ่าย กรณีที่เรานำมาพิจารณาในที่ประชุมคือปัญหาการจ่ายค่า K ระหว่างผู้รับจ้างเอกชนกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผู้ว่าจ้าง
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม เราได้เชิญผู้แทนจากหลายภาคส่วน ทั้งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ มีความเป็นห่วงในความล่าช้าที่เกิดขึ้น จึงได้มีมติวางแนวทางแก้ปัญหาเป็น 2 ลำดับขั้น ดังนี้
ลำดับแรก กรรมาธิการมีข้อสังเกตให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งรัดติดตามการขอรับสนับสนุนงบกลาง ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อนำมาจ่ายชดเชยให้เสร็จสิ้น โดยควรมีข้อสรุปที่ชัดเจนภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้
ลำดับที่สอง กรณีที่งบกลางไม่เพียงพอ หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดในลำดับแรก มีข้อสังเกตให้กรมฝนหลวงฯ พิจารณาจัดสรรจากเงินเหลือจ่ายของปีงบประมาณ 2570 มาจ่ายชดเชย โดยควรต้องให้สิทธิกรณีนี้เป็นลำดับความสำคัญแรกของการใช้เงินเหลือจ่ายภายในกรมทันที
น.ส.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม กรรมาธิการจะทำหนังสือสรุปข้อสังเกตนี้ส่งไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรมฝนหลวง, กรมบัญชีกลาง และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน และได้ขอให้กรมฝนหลวงฯ และกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือรายงานผลการดำเนินงานกลับมายังคณะกรรมาธิการ ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นี้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า งบประมาณไม่ใช่ต้นเหตุเดียวของความล่าช้า ความล่าช้าอาจจะเกิดจากหลายปัจจัยไม่ใช่เพียงการจัดสรรงบประมาณ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญา นอกจากนี้ ความพร้อมของโครงการก่อนตั้งงบประมาณสำคัญมาก ถ้าไม่พร้อมแม้ว่าได้รับงบประมาณก็เบิกจ่ายยาก เช่น แบบไม่พร้อม พื้นที่ไม่พร้อม ราคากลางไม่พร้อม
คณะกรรมาธิการ ขอยืนยันว่า เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ และเพื่อให้การบริหารงบประมาณของแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ให้เกิดปัญหาการค้างจ่ายจนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอนาคต


