พรรคประชาชนแถลงยื่นร่างกฎหมายยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร จี้รัฐบาลลงรายละเอียดนโยบายพลทหารอาสาจะเริ่มเมื่อไหร่ เตรียมเครือข่ายทั่วประเทศจับตาการละเมิดสิทธิพลทหารในค่าย
วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพฯ เขต 10 พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.รับราชการทหาร เพื่อนำไปสู่การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร พร้อมทวงถามถึงนโยบายพลทหารอาสาของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
นายเอกราช ระบุว่า ในสมัยสภาชุดที่แล้ว พรรคประชาชน ได้เคยยื่นร่างดังกล่าวไว้ แต่ยังไม่มีการพิจารณา จึงได้มีการนำร่าง มาปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ก่อนยื่นเข้าใหม่ในสภาชุดนี้ โดยหลักการของร่างฉบับนี้ เห็นว่า หากจะให้ภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงมีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารกองประจำการ ทั้งด้านสวัสดิการ รายได้ และความก้าวหน้าทางอาชีพ ต้องมีการยกเลิกการบังคับการเกณฑ์ทหาร ปลดล็อกให้มีการนำระบบสมัครใจเข้ามาใช้ผ่านการยกเลิกกฎหมายค้างเก่า 6 ฉบับด้วยกัน
โดยให้เยาวชนอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกิน และเข้าตรวจรับเป็นทหารกองประจำการได้ เมื่อเกิดระบบสมัครใจจะทำให้ได้กำลังพลที่มีมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน เวลานี้เป็นช่วงฤดูของการตรวจเลือกทหาร ยังมีใบแดงในระบบอีก 60,000 ใบ พรรคประชาชนขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้หาเสียงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลทหารอาสา ที่ยังมีรายละเอียดต้องดำเนินการอีกมาก
นายเอกราช กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนจะทำงานขับเคลื่อนผ่านกลไกการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้การยกเลิกการบังคับการเกณฑ์ทหารเกิดขึ้นจริง โดยจะตรวจสอบการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และที่จะจับตาเป็นพิเศษในปีนี้ คือ กรณีการนำพลทหารไปเป็นทหารรับใช้ การทุจริตในการเก็บบัตรเอทีเอ็มเพื่อหักหัวคิว รวมถึงการซ้อมทรมานในค่ายทหาร ซึ่งพรรคประชาชนมีเครือข่ายที่เป็นหูเป็นตาช่วยกัน และหากมีใครพบเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือการล่วงละเมิด สามารถส่งข้อมูลมาที่พรรคประชาชนได้ ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการตามกฏหมายที่ควรจะเป็นต่อปี
ในส่วนของ น.ท.กิตติพงษ์ ระบุว่า จากนโยบายพลทหารอาสาของรัฐบาล ทำให้ประชาชนตั้งความหวังว่า ในปี 2569 จะเป็นปีสุดท้ายที่จะต้องส่งลูกหลานของตัวเองไปบังคับเกณฑ์ทหาร เรื่องนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่าจะดำเนินนโยบายพลทหารอาสาอย่างไร ความกังวลใจของประชาชนไม่ใช่เฉพาะเรื่องการส่งลูกหลานไปเป็นพลทหารเท่านั้น อีกเรื่องที่ประชาชนมีความกังวลเป็นอย่างมากคือเรื่องสวัสดิภาพของลูกหลานที่เป็นพลทหาร
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเหตุพลทหารถูกซ้อมทรมานและถูกละเมิดสิทธิหลายราย รัฐบาลต้องมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้พลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ รักษาอธิปไตยของประเทศ ต้องถูกซ้อมทรมานและละเมิดสิทธิ ทั้งการเอาไปเป็นทหารรับใช้ หรือการซ้อมจากครูฝึก พรรคประชาชนขอทวงถามความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะมีนโยบายหรือแนวทางอย่างไรที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้


