xs
xsm
sm
md
lg

"ปรเมษฐ์“ ดันแก้ปัญหาคน-ช้างเชิงระบบ ชงงบบูรณาการ 3 กระทรวง พลิกวิกฤตชู “ซาฟารี” สร้างศก.ท้องถิ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สส.ปรเมษฐ์“ ดันแก้ปัญหาคน-ช้างเชิงระบบ ชงงบบูรณาการ 3 กระทรวง แนะ ตั้งชุดเฝ้าระวัง - คุมกำเนิด พลิกวิกฤตช้างป่าเป็นโอกาส ดัน“ซาฟารี”สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ (1 เมษายน 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี เขต 5 พรรคกล้าธรรม อภิปรายสนับสนุนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเสนอให้เร่งนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดที่ 25 และ 26 ไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมผลักดันงบประมาณและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการนำร่อง การใช้วัคซีนคุมกำเนิดช้าง และการปรับเพิ่มค่าชดเชยความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตจาก 100,000 บาท เป็น 500,000 บาท และเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

นายปรเมษฐ์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันมีประมาณ 400 ตัว คิดเป็นราว 10% ของทั้งประเทศ โดยกระจายตัวในหลายพื้นที่สำคัญ ทั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง อุทยานแห่งชาติคลองพนม และอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหายจากการเข้าทำลายพืชผล เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และกล้วย

“ชาวบ้านในพื้นที่คาดหวังให้ภาครัฐแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่เฉพาะหน้า แต่ต้องมีมาตรการเชิงระบบ เช่น การจัดตั้งชุดเฝ้าระวัง การสนับสนุนอุปกรณ์ การสร้างแนวป้องกัน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ”นายปรเมษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายปรเมษฐ์ ยังเสนอแนวคิดการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น การทำซาฟารีช้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมเสนอให้ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เพื่อเปิดทางให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการช้างป่าให้เป็น ทรัพยากรทางเศรษฐกิจของชุมชนได้

อีกประเด็นสำคัญคือ การควบคุมประชากรช้างป่าด้วยวัคซีนคุมกำเนิด ซึ่งนายปรเมษฐ์ กล่าวย้ำว่า เป็นแนวทางตามหลักวิชาการ ไม่ใช่การทำลายสัตว์ แต่เป็นการควบคุมจำนวนไม่ให้เกินสมดุล โดยมีระยะเวลาการออกฤทธิ์สอดคล้องกับวงจรการสืบพันธุ์ของช้าง

ทั้งนี้ นายปรเมษฐ์ เรียกร้องให้หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย บูรณาการการทำงานร่วมกัน พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนำร่องอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว