xs
xsm
sm
md
lg

กปร.สนองพระราชดำริ พาชมความสำเร็จ “ศูนย์ฯ เขาหินซ้อน”พลิกฟื้นดินเสื่อมโทรม สู่ชุมชนเกษตรเข้มแข็ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากพื้นดินทรายแห้งแล้งดินแร่ธาตุน้อยเพาะปลูกไม่ได้ผล เกษตรกรทุกข์ยาก ต้องจากถิ่นฐานไปหารายได้ต่างบ้านต่างเมือง พ่อไปทางแม่ไปทาง นำมาซึ่งความเดือดร้อนแสนเข็ญ

ครั้นความทุกข์ยากของราษฎรทราบยังฝ่าละอองธุลีพระบาท พระ บาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร จึงได้พระราชทานที่ดินที่พสกนิกร ชาวตำบลเขาหินซ้อน ร่วมกันน้อมเกล้าฯถวาย จำนวน 264 ไร่ ให้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาจัดแบ่ง ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด จนกลายมาเป็น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตราบจนทุกวันนี้

ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นำโดย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร อันเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล ภายใต้การนำของ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ จึงได้จัดกิจกรรม "สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2568" นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา แสดงผลสำเร็จกว่า 4 ทศวรรษ ในการพลิกฟื้นพื้นที่ดินเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมขยายผลองค์ความรู้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดแปรรูปสินค้าเกษตรจนได้มาตรฐาน อย. สนองพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมีนางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายอนุรักษ์ บัวคลี่คลาย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งให้บริการองค์ความรู้แบบ "ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว สำหรับเกษตรกร สำหรับเกษตรกร (One Stop Service for The Farmer)" โดยเริ่มต้นจากการชมนิทรรศการผลงาน ณ อาคารศาลา 80 พรรษา เยี่ยมชมแปลงสาธิตและกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ อาทิ ฐานเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ การปลูกและแปรรูปสมุนไพร และการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงเยี่ยมชมร้านพวงคราม ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรเครือข่าย

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2522 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดระยะเวลา 47 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการศึกษา ทดลอง และวิจัยการพัฒนาทั้งด้านดิน น้ำ ป่าไม้ และการเกษตร จนกลายเป็น "แม่แบบ" ที่ประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง
.
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยัง “ศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมิตรสัมพันธ์” ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม นำโดย นางสาวเครือวรรณ จันทศรี อดีตสาวโรงงานที่ต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดตั้งแต่อายุ19 ปี เพื่อไปทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่เมื่อเธอไม่ลืมที่จะศึกหาความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอ ด้วยการเข้าไปศึกษาและเรียนรู้เรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ฝึกลองผิดลองถูก จนทุกวันนี้เธอกลายมาเป็น หนึ่งในตัวอย่างของเกษตรกรที่นำองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ มาดำเนินการในพื้นที่ของตนเองจนประสบความสำเร็จมีความโดดเด่นด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยปลูกพืชผลท้องถิ่น เช่น มะดัน ตะลิงปลิง มะม่วงหาวมะนาวโห่ ร่วมกับพืชสมุนไพร และพืชผักสวนครัว ตลอดจนมีการพัฒนาต่อยอดโดยนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กวน รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสมุนไพรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน อย. สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการบูรณาการความรู้ ตั้งแต่การปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปจนถึงการบริหารจัดการธุรกิจและช่องทางการตลาดอย่างเป็นระบบตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

“เราแบ่งจำนวนพื้นที่7 ไร่ 3 งาน ของพื้นที่บ้านเรา มาเป็น สระน้ำ คอกเป็ด โรงเรือน เก็บอุปกรณ์การเกษตร แปลงปลูก พืชผักสวนครัวผสมผสาน แปลงผลไม้ โรงงานน้ำหมักชีวภาพ โรงเรือนแปรรูปผลผลิต บ้านพักอาศัย โรงเรือนอบแห้ง อาคารศูนย์เรียนรู้ อาคารตัดเย็บเสื้อผ้า และบ้านพักรับรอง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำรงชีวิตมีการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเองกลุ่มและครอบครัวนำสิ่งที่มีในพื้นที่มาแปรรูปให้เกิดมูลค่าอยู่แบบพึ่งพากันช่วยเหลือเกื้อกูลกันมีความสามัคคีมีความซื่อสัตย์สุจริตมีความจริงใจในการทำงานร่วมกัน เราจะปลูกพืชตามฤดูกาลให้เหมาะสม และนำมาแปรรูปอาทิ การแช่อิ่ม การอบแห้ง การแปรรูปน้ำผลไม้พร้อมดื่ม เป็นต้น

นอกจากเรายัง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผลโดยทำเป็นตัวอย่างให้เห็นและส่งเสริมการแปรรูปนำสิ่งเหลือใช้ในการจัดกิจกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นการทำปุ๋ยหมักเป็นต้น“ นางสาวเครือวรรณ จันทศรี เล่าด้วยความมุ่งมั่น

นึ้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์จากการนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป