เมืองไทย 360 องศา
หากไม่มีอะไรผิดพลาด หรือไม่มีคนที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี มีปัญหาจากการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็เชื่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันจันที่ 30 มีนาคมนี้ ตามที่เขาได้เคยระบุเอาไว้
ก่อนหน้านี้นายอนุทิน เปิดเผยถึงการพูดคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า มาในฐานะพรรคพท.คุมกระทรวงใหญ่ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ ซึ่งพรรคพท.ต้องมาร่วมในการร่างนโยบายรัฐบาลตรงนั้นด้วย
เพราะแต่ละพรรคก็ไปให้คำสัญญากับพี่น้องประชาชน ก็มารวมเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลเดียวกันแล้ว ไม่ใช่มาบอกว่านี่นโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันนี้นโยบายของพรรคเพื่อไทย และเราจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อตนมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนสนับสนุนนโยบายของทุกพรรค
ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติผ่านหมดแล้วหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าบางรายชื่อมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า ณ ตอนนี้โอเคแล้ว หวังว่าวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไป เราพยายามจะให้เร็วที่สุด ตอนนี้พอเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งคงเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 มันก็มีหลายๆ ประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมาย และระเบียบ อย่างวันนี้ ให้ตนรีบเซ็นอะไรออกไป และไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ในเมื่ออาทิตย์หน้าเราก็จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว เราก็สู้ไป เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อย เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เราก็เดินเต็มสูบ ข้อจำกัดต่างๆที่เคยมีอยู่ตั้งแต่ยุบสภาเมื่อธันวาคม 68 ก็จะไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลก็จะเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ
ส่วน กรณีมีกระแสข่าวชื่อ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในโผ ครม.อนุทิน 2 รายชื่อมีปัญหาคุณสมบัติ ตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องรายชื่อครม.มันพูดไม่ได้เลย เพราะต้องมีการโปรดเกล้าฯ ก่อน คนไหนที่มีปัญหาแล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มันก็มีการเช็กรายชื่ออยู่แล้ว ตนไม่เสนอหรอก ฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอรายชื่อ แม้กระทั่งของพรรคภูมิใจไทยเอง ทุกรายชื่อต้องรับการตรวจสอบประวัติ เราไม่ได้ไปจำกัดสิทธิใคร ถ้าคนไหนมีประวัติที่มีปัญหา ก็แต่งตั้งไม่ได้ ก็แค่นั้นเอง
อย่างไรก็ดี มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ภายหลังมีการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีรายชื่อถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
แหล่งข่าวระบุว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ยังคงเป็นโควตาของน.ส.สุดาวรรณ โดยเตรียมเสนอชื่อ นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสามี เข้าดำรงตำแหน่งแทน
ก็ต้องยอมรับว่า ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐบาลของเขา ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถูกมองว่า “ล้มเหลว”ในการรับมือกับปัญหา “น้ำมันขาดแคลน” และราคาแพง ในช่วงแรกถูกวิจารณ์ถึงเรื่อง “ความขาดแคลน” ที่ทำให้ประชาชนต้องเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันข้ามคืน และหาเติมน้ำมันไม่ได้ ภาพที่ปรากฏมีทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ และยังถูกวิจารณ์หนักหน่วงในเรื่องการหาตัว “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมัน มาดำเนินคดีได้เลย
จากนั้นก็ถูกวิจารณ์ในเรื่องการขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกแบบพรวดเดียว ลิตรละ 6 บาท แบบไม่บอกไม่กล่าวกันล่วงหน้า แม้ว่าในเวลาต่อมาชาวบ้านน่าจะพอทำใจได้บ้างแล้ว และยอมรับสภาพกับน้ำมันแพง และ “วิกฤตพลังงาน” กันบ้างแล้วก็ตาม แต่ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่ง มันก็สะท้อนภาพให้เห็นพร้อมกับคำถามตามว่าในสถานการณ์วิกฤต นายอนุทิน และบรรดารัฐมนตรี โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีที่เรียกว่า “มืออาชีพ” ทั้งหลายนั้นสามารถรับมือ หรือ“พึ่งพา”ได้แค่ไหน
แม้ว่านาทีนี้ มักจะยังอ้างว่าเป็นเพราะ “รัฐบาลรักษาการ” มีอำนาจจำกัดก็ตาม แต่บางเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องการบริหารจัดการในเรื่องน้ำมันที่ต้องกระจายไปตามปั๊มต่างๆในช่วงที่ผ่านมาถือว่า “ล้มเหลว” อีกทั้งในเรื่องการสร้าง “ความมั่นใจ” แทบจะเรียกว่า “เป็นศูนย์”
เพราะภาพการนอนค้างแรมรอเติมน้ำมัน มันจะมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากความไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ทั้งที่มีการเน้นย้ำว่า “มีเพียงพอ” สำรองใช้ได้นานเป็นร้อยวันก็ตาม และ “ความวุ่นวาย” ดังกล่าวยังทอดเวลายาวเกินสองสัปดาห์ และกลับเข้าสู่วิกฤตน้ำมันแพงเต็มรูปแบบในวันนี้
อย่างไรก็ดี หลังจากเริ่มตั้งหลักได้หลังจาก “ขึ้นพรวด” ลิตรละ 6 บาทแล้ว บรรยากาศความวุ่นวาย และน้ำมันขาดเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาชาวบ้านได้ระดมเติมน้ำมันกันจนพอใช้ หรือตามที่มีการพูดกันว่า “แพงจนไม่มีเงินเติม” หรือเปล่า แต่นาทีนี้ถือว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ได้สูญเสียความเชื่อมั่นลงไปอย่างมากแล้ว
จะด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่า ที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเชิญได้จัดเวที “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะมาร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือน ของวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตอบทุกคำถามตามข้อเท็จจริง ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์
แม้ว่าในที่สุดแล้วเชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็จะได้รัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารงาน แม้ว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายชื่อเดิมที่รับรู้กันไปแล้ว และน่าจะพอเห็นฝีมือกับวิธีแก้ปัญหา โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ “ของแพง” และอาจรุนแรงจนเกิดภาวะ “กักตุน” เกิดขึ้นมาอีก ขณะเดียวกันในสถานการณ์ที่ผ่านมาก็ได้เห็นฝีมือของบางคน ที่ทำให้ความมั่นใจสั่นคลอน พร้อมกับความระแวงสงสัย และหนึ่งในนั้นถือว่า “ไม่ผ่าน” ก็คือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ขณะเดียวกัน อีกไม่นานก็จะได้เห็นบรรดารัฐมนตรี “มืออาชีพ” ที่ถูกนำเข้ามาว่าจะสามารถแสดงฝีมือได้สมกับความคาดหวังของชาวบ้านได้แค่ไหน หรือว่าแค่ “ราคาคุย” หรือโปรโมตเกินจริงหรือเปล่า อีกไม่นานก็ได้เห็นกัน !!


