สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่แจงปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มฟองละ 3.60 บ. ตามกลไกตลาด จากอากาศร้อนทำผลผลิตลดลง ไม่เกี่ยวต้นทุนน้ำมัน ระบุเกษตรกรยังแทบไม่มีกำไร แม้ราคาขยับขึ้น พร้อมย้ำจะพยายามตรึงราคาเพื่อลดภาระผู้บริโภค
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด เปิดเผยว่า การปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของสหกรณ์ฯ เพิ่มขึ้น 20 สตางค์ เป็นฟองละ 3.60 บาท เป็นไปตามกลไกตลาดปกติในช่วงนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นของราคาน้ำมันแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงก่อนหน้า และสภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพไก่ ทำให้อัตราการให้ผลผลิตไข่ลดลง ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลและรอบการผลิตของไก่ไข่ ขณะที่ความต้องการบริโภคยังมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาปรับตัวตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน
นายมาโนช ระบุว่า ต้นทุนด้านพลังงานมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตทั้งหมด จึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการปรับราคาครั้งนี้ โดยต้นทุนหลักยังคงมาจากค่าแรงงานและค่าอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญภาวะขาดทุนสะสมตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากราคาไข่ไก่ลดลงเหลือเพียง 3.00–3.20 บาทต่อฟอง ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 3.29 บาทต่อฟอง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงและปริมาณผลผลิตล้นตลาด
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.60 บาทต่อฟองในปัจจุบัน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเพียง “เสมอตัว” แทบไม่มีกำไร โดยการปรับราคาครั้งนี้เป็นเพียงการช่วยพยุงอาชีพให้สามารถดำเนินต่อไปได้ และยังถือเป็นระดับราคาปกติใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายมาโนช กล่าวด้วยว่า แม้สถานการณ์ต้นทุนด้านพลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จะพยายามตรึงราคาไม่ให้ปรับสูงไปมากกว่านี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในช่วงปัจจุบัน


