นายกฯ สั่งเข้ม เรียกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประชุมด่วน เดินหน้าบริหารจัดการเชิงรุกทุกพื้นที่ สั่งติดตาม ตรวจสอบการลักลอบ-กักตุนน้ำมัน และสินค้า ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจควบคู่กันไป
วันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดร่วมประชุมผ่านสื่อออนไลน์ Video conference
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นการเรียกประชุมด่วน เพราะเป็นเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งคือปัญหาเกี่ยวกับ “ราคาน้ำมัน” ที่จำเป็นต้องเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์น้ำมันภายในประเทศทุกวันนี้ คนไทยมีความต้องการใช้น้ำมันราว 67 ล้านลิตรต่อวันในสถานการณ์ปกติ และโรงกลั่นเราสามารถกลั่นได้วันละประมาณ 77 ล้านลิตร ซึ่งถือว่ามีความเพียงพออยู่ก่อนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ทำให้ตัวเลขยอดความต้องการใช้น้ำมันพุ่งสูงถึง 87 ล้านลิตร เกินกว่ากำลังการผลิตภายในประเทศไปมาก จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเลิกตรึงราคา และปรับราคาน้ำมันขึ้นตามกลไกตลาด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด และจัดสรรเพิ่มปริมาณน้ำมันไปยังแต่ละพื้นที่เพื่อให้เพียงพอให้เกิดภาวะสมดุลต่อไป
“ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาล คือ สร้างความมั่นคง และลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด โดยเน้น 3 เป้าหมาย คือ ดูแลเรื่องพลังงานให้มีความมั่นคง ดูแลราคาสินค้า และดูแลมาตรการการคลัง เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนและผู้ประกอบการ“
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ท่านได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตั้ง War room ติดตามข่าวสารจากส่วนกลาง และในจังหวัด การลงพื้นที่สอดส่องติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง หากพบสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณหรือราคาจำหน่ายก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย และรายงานส่วนกลางอย่างทันท่วงที รวมไปถึงการบริหารจัดการเชิงรุกในพื้นที่ โดยสามารถสั่งการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกส่วนราชการในพื้นที่ได้ทันทีเมื่อมีข้อมูลเพียงพอ เนื่องจากใกล้เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ จึงมีความเป็นห่วงในเรื่องการเดินทางสัญจรของประชาชนเพื่อกลับภูมิลำเนาเป็นอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายละเอียดและตัวเลขต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารน้ำมัน ขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวของ ศบก. และขอย้ำให้ฟังการแถลงของ ศบก. ทุกวัน เพื่อให้มีข้อมูลที่อัปเดตที่สุด เพราะผู้ว่าฯ ทุกท่านจะต้องเป็นคนที่สื่อสารเรื่องเหล่านี้ เวลาพี่น้องประชาชนถามเพื่อให้คลายกังวล ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มในประเทศไทยต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนมองเห็นภาพใหญ่ และเข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจของรัฐบาลได้มากขึ้น
เรื่องการดูแลราคาสินค้า ได้ใช้กลไกของพาณิชย์จังหวัด เพื่อดูแลเรื่องราคาสินค้า ซึ่งเป็น “สินค้าพื้นฐานในการดำรงชีวิต” ทั้งสิ้น เช่น วัตถุดิบในการทำอาหารหลัก ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก๊าซหุงต้ม วัสดุก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลไม่ให้มีใครฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยพลการกับสินค้าเหล่านี้
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้แถลง มติ ครม. นัดพิเศษเมื่อวาน ที่ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนรวม 7 ด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ต้องทำให้มั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาด ดูแลราคาสินค้าพื้นฐาน และใช้มาตรการการคลังในทุกช่องทางที่เป็นไปได้ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน
ด้วยแนวทางเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบสิ่งผิดปกติ ดำเนินการทันที บริหารจัดการเชิงรุกในพื้นที่ เมื่อทราบนโยบายให้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลยทันที การป้องกันและปราบปรามการฉวยโอกาสและการกักตุนสินค้าอย่างเข้มงวด ทั้งการกักตุน การจำหน่ายเกินราคา และการกระทำผิดกฎหมาย หากพบให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ทุกระดับ ทำการสื่อสารข้อมูลสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ขอให้ทุกหน่วยงานส่งเสริมการประหยัดพลังงาน
“ขอย้ำว่า ‘การสื่อสารสำคัญที่สุด’ เพราะจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาได้จริง พร้อมขอสั่งการผู้ว่าราชการถึงการดำเนินมาตรการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 โดยเน้นย้ำในเรื่อง 7 วันอันตราย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง ขอให้เข้มงวดทั้งเรื่องการตั้งด่านความปลอดภัยทางถนน จุดตรวจ/จุดสกัด การห้ามดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ และการใช้อุปกรณ์นิรภัย มุ่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเข้มข้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว


