xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์กางมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง ผุด “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 50% ขยายร้านธงฟ้าครอบคลุมถึงชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พาณิชย์” กางมาตรการสู้ของแพง “ไทยช่วยไทย” ลดสูงสุด 50% พร้อมจ่อเพิ่มบัญชีสินค้าควบคุม 66 รายการ ผนึกกำลังห้างค้าส่ง-ปลีก ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ดีเดย์ 1 เมษายนนี้ พร้อมเดินหน้าขยายจุดจำหน่าย “ธงฟ้าราคาประหยัด” ให้ครอบคลุมถึงระดับชุมชน

วันนี้ (27 มี.ค.) ที่ทำเนียบฯ นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า ว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในทุกๆ วัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร หรือกักตุนสินค้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ทั้งสิ้น รวม 410 คำร้อง และตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 223 คำร้อง ซึ่งจำนวนนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายเกินราคา 44 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการขอเรียกดูเอกสารต้นทุน ของผู้ที่ถูกร้องมาวิเคราะห์แล้ว และหากพบว่ามีการขายเกินราคาจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำมันที่มีราคาปรับขึ้นสูงทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุน ราคาค่าขนส่ง และสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษไปแล้ว โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกไปนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมผู้เล่นทุกกลุ่ม ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อย ผู้ค้าและผู้บริโภค ให้สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ขณะที่โครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าของชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่าย โดยจะคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในการใช้ในชีวิตประจำวัน มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยสินค้าเป้าหมายแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ 1. สินค้าอุปโภค สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ โดยจะนำมาลดราคาสูงสุดถึง 50%

2. สินค้าบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็จะนำมาลดสูงสุด 25% โดยให้ความเห็นสำคัญกับสินค้าเฮาส์แบนด์ (House Brand) ของห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ และสินค้าแบรนด์ทางเลือก หรือสินค้าแบรนด์รอง ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือกสินค้าราคาประหยัดแต่ยังคงคุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มนั้น


นอกจากนี้ โครงการไทยช่วยไทย ยังเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายย่อย อย่างร้านโชวห่วย เพื่อเพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการที่เป็นเส้นเลือดฝอยอีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนมาตรการธงฟ้าราคาประหยัด เป็นโครงการที่มีอยู่แล้ว และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็จะมีการขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ระดับชุมชน โดยเป็นการเพิ่มความถี่และเชื่อมโยงกับการไทยช่วยไทย และการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ธงเขียวพลัส สนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี ส่วนเกษตรกรที่มีบัตรดินดีจากกรมพัฒนาที่ดินก็จะได้รับแต้มต่อเป็นพิเศษอีกด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้จัดประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เพื่อพิจารณาทบทวนเพิ่มรายการสินค้าควบคุมในห้วงเวลาที่มีความผันผวนนี้ โดยย้ำถึงแผน ปรับราคาสินค้าควบคุมจากเดิมที่มี 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยได้มีการเสนอ ครม.พิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมใหม่อย่างเบสพลาสติกน้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว และยังมีการเตรียมเสนอสินค้าควบคุมใหม่ เพิ่มเติมอย่างกากถั่วเหลือง ถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ สำหรับการผลิตอาหารสัตว์

ส่วนสินค้าควบคุมเดิมบางตัวใน 59 รายการ ก็จะมีการปรับระดับการควบคุมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น กลุ่มที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนขึ้นราคาจาก 8 รายการ เป็น 15 รายการ อย่าง น้ำมันปาล์มขวด กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่

ส่วนสินค้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจจะยกระดับการควบคุมในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาทิ ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ยา และเวชภัณฑ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า จะใช้กลไกที่มีในการดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างสมดุล ควบคู่กับการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้