เลขาสภาพัฒน์ ยันสต๊อกน้ำมันดิบพุ่ง 4.2 พันล้านลิตร มั่นใจมีใช้ยาวถึงพฤษภาคม ผลตรวจสอบข๊อบเบอร์-คลังยังไม่พบความผิดปกติ เผยนายกฯ มีดำริงดส่งออกน้ำมันที่กลั่นในประเทศเพื่อสำรองให้คนไทยก่อน ส่งขายลาว-พม่าเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป
วันที่ 27 มี.ค.ที่ทำเนียบฯ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันในวันนี้ว่า จากการตรวจสอบผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 และพ่อค้าคนกลางหรือจ็อบเบอร์ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพลังงานจังหวัดเมื่อวานนี้ (26 มี.ค. 69) ในจังหวัดฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และสงขลา รวม 7 จังหวัด พบว่าจ็อบเบอร์รูปแบบที่ซื้อมาขายไปและจ็อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันมีปริมาณคงเหลือเฉลี่ยราว 1 หมื่นลิตร มีการซื้อขายกันตามปกติ ไม่มีความผิดใด
สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ในจังวัดสงขลา ของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด พบว่ามีน้ำมันคงเหลือไม่ถึง 50% (ราว 10 ล้านลิตร จากความจุคลัง 25-28 ล้านลิตร) ซึ่งมีการส่งออกตามปกติ และพบว่าจากสถิติการส่งออกในเดือนมีนาคมมีปริมาณส่งออกเพิ่มสูงมาก
ส่วนสถานการณ์ของสถานีบริการน้ำมัน นายดนุชา เปิดเผยข้อมูลจากหอการค้า ในการสำรวจสถานีบริการ 550 แห่งเมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่าสถานีที่ไม่มีน้ำมันลดลงเหลือ 390 แห่งจาก 450 แห่ง
ขณะที่การนำเข้าปริมาณน้ำมันดิบจากที่เคยรายงานการนำเข้า 3,400 ล้านลิตร นั้น เมื่อวันที่ 20-25 มีนาคม มีเข้ามาเพิ่มอีก 878 ล้านลิตร ปัจจุบันมีน้ำมันดิบคงเหลือ 4,231 ล้านลิตร เพียงพอสำหรับการกลั่นให้กับประชาชน อีกทั้งในช่วงก่อนสิ้นเดือนมีนาคมจะมีน้ำมันดิบเข้ามาอีก 4 ล้านบาร์เรล เดือนเมษายน 24 ล้านบาร์เรล เดือนพฤษภาคม 8 ล้านบาร์เรล
ส่วนการส่งออกน้ำมัน นายดนุชา ย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 1-25 มีนาคม ไทยส่งออกน้ำมันให้ประเทศลาวเฉลี่ย 4.6 ล้านลิตรต่อวัน และเมียนมาร์ 227,000 ลิตรต่อวัน พร้อมเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีดำริอยากให้นำน้ำมันที่กลั่นในประเทศเก็บไว้ให้ประชาชนได้ใช้ และส่งน้ำมันที่นำเข้ามาแบบสำเร็จรูปออกไปขายแทนให้กับ 2 ประเทศเพื่อนบ้านได้หรือไม่ ซึ่งจะทำให้เพิ่มความมั่นคงของพลังงานน้ำมันให้กับประเทศไทยอย่างน้อยราว 5 ล้านลิตร โดยอยู่ระหว่างการศึกษาขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


