xs
xsm
sm
md
lg

“อรรถกร” เหน็บ ขึ้นราคา 6 บาท น้ำมันโผล่ทันที ซัดรัฐบาลตรวจคลังแค่ปลายเหตุ ชี้เป้าโรงกลั่นตัวการทำขาดแคลน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อรรถกร” ซัด รบ.ตรวจคลังน้ำมันแค่ปลายเหตุ ชี้เป้าโรงกลั่น ต้นทางปัญหาน้ำมันขาดตลาด ซ้ำเติมความเชื่อมั่นพัง หลังราคาพุ่ง 6 บาท น้ำมันโผล่ทันที ถาม “อนุทิน” ประชาชนควรเชื่อใคร เตือนจะลามสู่วิกฤตศรัทธาทั้งประเทศ

วันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 11.00 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชน ว่า รัฐบาลมีความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยให้กระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทั้งกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระ (Jobber) ครอบคลุมพื้นที่ 16 จังหวัด รวม 35 จุดหมายทั่วประเทศ และออกมายืนยันกับประชาชนว่า จะสามารถเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเพียงพอ และหวังจะสะท้อนถึงการควบคุมสถานการณ์ได้

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า แม้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่ผลการตรวจกลับไม่พบความผิดปกติแทบทุกครั้ง ขณะที่ในความเป็นจริง ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงประสบปัญหาไม่มีน้ำมันให้เติม หรือบางแห่งจำกัดปริมาณการขาย คำถามคือ หากไม่มีการกักตุน แล้วเหตุใดน้ำมันจึงหายไปจากระบบในบางช่วงเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์กลับยิ่งสร้างความคลางแคลงใจ เมื่อราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นรวดเดียวถึง 6 บาท กลับพบว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดเพียงพอทันที และสามารถเติมได้โดยไม่จำกัด

นายอรรถกร ระบุด้วยว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทางอย่างสถานีบริการน้ำมัน แต่เป็นต้นทางอย่างโรงกลั่น หรือโครงสร้างการบริหารจัดการพลังงานทั้งระบบ ดังนั้น มาตรการลงพื้นที่ตรวจปั๊มน้ำมัน แม้จะเป็นมาตรการที่จำเป็น แต่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ข้อสงสัยหลักพุ่งไปที่ระบบการจัดสรรน้ำมันจากโรงกลั่น และกลไกการกระจายสินค้า ซึ่งอาจเป็นจุดที่เกิดการชะลอการปล่อยน้ำมัน

“สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงคำยืนยันว่า น้ำมันเพียงพอ แต่ต้องมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ คือ ตัวเลข ข้อเท็จจริง เพื่อแผนรับมือที่ชัดเจน และความโปร่งใสในระดับโครงสร้าง เช่น ปริมาณน้ำมันสำรองที่แท้จริงของประเทศ, แผนการจัดสรรน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา, ระยะเวลาที่น้ำมันจะเพียงพอต่อความต้องการ เพราะสำหรับประชาชนแล้ว ข้อมูลคือ สิ่งสำคัญในการวางแผนชีวิต โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต ตราบใดที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นทาง และไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นของประชาชนก็ยากที่จะฟื้นกลับมา”

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์ แต่เพียง 1-2 วันหลังจากนั้น กลับเกิดภาวะตึงตัวของน้ำมันในหลายพื้นที่อย่างฉับพลัน เหตุการณ์ลักษณะนี้ได้สร้างรอยร้าวทางความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง เพราะคำยืนยันผู้นำประเทศไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่ประชาชนเผชิญ คำถามจึงไม่ได้มีแค่ว่า น้ำมันพอหรือไม่ แต่กลายเป็น ประชาชนควรเชื่อใคร

“วิกฤตพลังงานครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำมัน แต่มันคือ วิกฤตความเชื่อมั่น และหากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ได้จบแค่เรื่องน้ำมันขาดแคลน แต่อาจลุกลามเป็นวิกฤตศรัทธาของคนไทยที่ไม่สามารถฝากความหวังไว้กับรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทินได้อีกแล้ว” นายอรรถกร กล่าวทื้งท้าย