xs
xsm
sm
md
lg

“แสวง” ย้ำบัตรมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เลือกตั้งโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ รธน. กม.คุ้มครองไม่มีเช็กลงให้ใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เลขาฯ กกต.” ย้ำ บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ ตรงตามเจตนารมณ์ รธน. ลั่น ไม่มีใคร-องค์กรใดตรวจสอบการลงคะแนนว่าใครลงให้ใครได้ เป็นเรื่องที่ กม.คุ้มครองใว้

วันนี้ (26 มี.ค. ) มีรายงานว่า ในการประชุมถอดบทเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. และขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุมผู้บริหารฟัง ว่า กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด เป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยแท้ กล่าวคือ การลงคะแนนไม่มีผู้ใดรู้และไม่อาจตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาล หรือ กกต.หรือประชาชนโดยทั่วไป แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ของศาล หรือ กกต.ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแต่ประการใด เพราะการตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละประเด็นกับการตรวจสอบย้อนหลังว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การตรวจสอบความไม่สุจริตในการเลือกตั้งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ อาทิ ให้อำนาจแก่ศาล หรือ กกต.แล้วแต่กรณี แต่การตรวจสอบว่าใครลงคะแนนให้ใคร เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ และเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการเลือกตั้ง ไม่มีองค์ใด หรือใคร จะไปตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือ กกต. ขอยกตัวอย่างของการทำหน้าที่ของ ศาล หรือ กกต.ในการตรวจสอบการกระทำที่ไม่สุจริต เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 2 กรณี

คือ 1. กรณีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ในกรณีนี้ ถ้าศาล หรือ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่แล้วแต่กรณี ก็เพียงแต่เปิดหีบและนำบัตรของหน่วยเลือกตั้งนั้นมานับคะแนนใหม่เท่านั้น ซึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. กกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ. การนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ก็ยังเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตลอดเวลาจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

2. กรณีที่การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการตรวจสอบการใช้บัตรข้ามเขต กกต. ก็เพียงมีมติสั่งให้เปิดหีบบัตรและนำบัตรในหน่วยเลือกตั้งมาสแกน บาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ด ก็จะทราบทันทีว่าเป็นบัตรปลอมหรือเป็นบัตรข้ามเขตเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ได้กระทบถึงหรือทำให้ทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร มันจึงยังเป็นความลับอยู่ตลอดไปจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ผลจากการถอดบทเรียนในครั้งนี้ สนง กกต.จะได้เผยแพร่ให้ประชาชนรับ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเป็นที่ยอมรับ ให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ประชาชนทุกคนได้ทำหน้าที่พลเมืองดีในการรับผิดชอบประเทศชาติร่วมกัน