อดีต สส.ปชป. เจ็บใจแทนประชาชน ยื่น ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน-พิพัฒน์” หาว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่อละเว้น-เอื้อประโยชน์ บ.น้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน! ลาก ขรก.ทั้งหมด-โรงกลั่นไปหาความจริงที่ ป.ป.ช.
วันนี้ (26 มี.ค.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปไตย เผยว่า ได้ยื่นเรื่องขอให้สอบสวน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง บริษัทน้ำมัน ปตท. พีที ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมเชื้อเพลิงพลังงาน อธิบดีกรมการค้าภายใน กับพวก กรณีน้ำมันแพงและน้ำมันขาดตลาด สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส ว่าผิดกฎหมายอื่นใด ผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
โดยเนื้อหาที่ร้องเรียนระบุว่า เรียน นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช.สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. สำเนาภาพความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากน้ำมันแพงและไม่มีขายตามปกติ จำนวน 1 ชุด 2. สำเนาราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 แผ่น 3. สำเนาข่าว “โทษประชาชน ไร้ไอ้โม่งตุนน้ำมัน” จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ จำนวน 1 แผ่น 4. สำเนาบทความของ นายโสภณ สุภาพงษ์ จำนวน 1 แผ่น 5. สำเนารายชื่อโรงกลั่นน้ำมันจากชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย จำนวน 2 แผ่น 6. สำเนาข่าวขึ้นราคาน้ำมัน จำนวน 1 แผ่น 7. สำเนาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 จำนวน 1 ชุด 8. สำเนาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ “ฮึ่ม! จับโจรตุนน้ำมัน” ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 จำนวน 1 ชุดข้อ
พร้อมระบุว่า ข้อ 1. นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2569 ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงบนแผ่นดินไทยทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรไทย ในวินาทีนี้ ว่า น้ำมันดีเซลขาดแคลนไปทั่วประเทศ มีการขึ้นราคา ประชาชนคนยากจน ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน คนขับรถรับจ้าง คนหาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถซื้อหาตามปกติในชีวิตประจำวันได้ดังที่ประจักษ์ตามภาพความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ภายในการบริหารราชการแผ่นดินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ส่งแนบมานี้นั้น (สิ่งที่ส่งมาด้วย 1) และเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2) ปรากฏว่า ในท่ามกลางความเดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชนทั่วประเทศ ที่ไม่มีน้ำมันเบนซินและน้ำมันชนิดต่างๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน มีการกักตุนโดยบริษัทนายทุน โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ แต่ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ก่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญและหลักธรรมาภิบาลกลับมากล่าว “โทษประชาชนในวันที่ 20 มีนาคม 2569 กล่าวหาว่าประชาชนเป็นผู้กักตุนน้ำมันเอง” (สิ่งที่ส่งมาด้วย 3) คำพูดของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันเป็นอย่างยิ่ง ผิดมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาล
ข้อ 2. รัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการ ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 อย่างร้ายแรงเป็นที่สุด ข้อ 6-8 ข้อ 11 ข้อ 13 ข้อ 15 ข้อ 17-19 ข้อ 21 ข้อ 23-26 ข้อ 2 เรื่องอำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีกับพวก เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันไม่บัญชาการสั่งการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดถังสต๊อกน้ำมันตามปั๊มน้ำมัน คลังน้ำมันทั่วประเทศ ตามที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องกระทำทุกครั้ง เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ตามอำนาจหน้าที่ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 4) ก่อให้เกิดการค้ากำไรเกินควรจากโรงกลั่นน้ำมันและบริษัทผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 5) เอาเปรียบผู้บริโภค ประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท จากสต๊อกน้ำมันเก่าที่นายอนุทิน ยืนยันว่า มีน้ำมันสำรอง 100 วัน (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6) ก่อเกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วประเทศจากการบริหารราชการแผ่นดินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับพวกอาจเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ข้อ 3 ขอให้สอบสวน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 (สิ่งที่ส่งมาด้วย 7) และนายพิพัฒน์ มีอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ว่า ผิดจริยธรรมเหมือนนายอนุทิน ตามข้อ 1 หรือไม่ และกระทำการผิดกฎหมายใดหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อนผิดกฎหมาย ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นใดหรือไม่ เพราะนายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่า “เพราะตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีทีและยี่ห้ออื่น” (สิ่งที่ส่งมาด้วย 8)
ขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช.และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเร่งรัด ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเป็นการด่วนที่สุด เพราะผลักภาระให้กับประชาชนทั้งประเทศ ผิดศีลธรรม ไร้ธรรมาภิบาล ขาดสำนึกความเป็นรัฐบาล ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบผู้ถูกกล่าวหากับพวก ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย ลักษณะกลั่นแกล้งหรือทุจริตหาเงินจากภาวะน้ำมันแพงหรือไม่ กักตุนน้ำมันไม่ว่าตนเองหรือผู้อื่น มีผลประโยชน์ทับซ้อน และผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ หากได้ผลประการใดกรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าและพี่น้องประชาชนทราบภายใน 15 วัน จักขอบพระคุณยิ่งขอแสดงความนับถือ


