“กรณ์” ซัดรัฐบาลรอประกาศขึ้นราคาน้ำมันหลังสภาปิด หนีการตรวจสอบ มักง่ายขึ้นราคาสกัดการกักตุน เพราะจับไอ้โม่งไม่ได้ แต่ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เหน็บ “พูดแล้วทำ” จริง ปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว มีสิทธิเห็นดีเซลลิตรละ 50 บาท จี้เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอยจากโรงกลั่นเข้ากองทุน-งดเก็บภาษีสรรพสามิต ทำแบบนี้จะไม่ต้องขึ้นราคาแม้บาทเดียว
ภายหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบลดการอุดหนุนราคาน้ำมันลง ทำให้น้ำมันทุกชนิดขึ้นราคาอีกลิตรละ 6-8 บาท ต่อมาเวลา 00.05 น. วันที่ 26 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นการรอโอกาสปล่อยข่าวหลังปิดสภา เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สาเหตุที่รัฐบาลเลือกขึ้นราคาสูงขนาดนี้ นอกจากเรื่องภาระกองทุนน้ำมันแล้ว เป็นเพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไม่ได้ จึงหวังใช้การขึ้นราคามาสกัดการกักตุน ซึ่งเป็นวิธีที่มักง่ายและทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ารัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนรับภาระฝ่ายเดียว
วันนี้อยู่สภาถึง 4 ทุ่ม พอกลับถึงบ้านเห็นข่าวออกพอดีว่าพรุ่งนี้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท! จาก 33 บาทต่อลิตร เป็น 39 บาททันที!
ดูเหมือนรัฐบาลรอให้สภาปิดก่อนปล่อยข่าว ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ผมอภิปราย ว่า รัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว แต่แล้วนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคืนนี้
วันนี้กองทุนนํ้ามันต้องชดเชยราคาอยู่ถึงลิตรละ 27 บาท เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่า เราไม่ควรต้องอุ้มไว้มากถึงขนาดนั้น
แต่อีกสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลปรับขึ้นราคานํ้ามัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนนํ้ามันไม่ได้ และหวังว่า การปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคานํ้ามันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย
พรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วย
ในส่วนของโรงกลั่น มีสามประเด็นสำคัญ
1. วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆ ที่โรงกลั่นอยู่ในไทย) - วิธีนี้ทำให้ราคานํ้ามันสูงเกินจริง
2. โรงกลั่นช่วงนี้กำไรแบบลาภลอยจากนํ้ามันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก
3. บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่า
พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอว่า รัฐบาลควรเก็บ ’ค่าธรรมเนียมลาภลอย’ 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนนํ้ามัน
ในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคานํ้ามันเลยแม้แต่บาทเดียว!
รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชน โดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล และโดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลย
“ขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล “พูดแล้วทำ” จริง และปล่อยลอยตัวราคานํ้ามันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน”


