xs
xsm
sm
md
lg

แย่งน้ำมัน-คิวยาว “หนู” ถามอย่างนี้ไม่ตอบ...ตอบแบบนี้ระวังประชาชนถาม…นายกฯมีไว้ทำไม? ** รู้จัก “แก๊งลูกเทพ”และ “เพื่อนนายหญิงน้อย” ใน ครม.อนุทิน 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ แย่งน้ำมัน-คิวยาว “หนู” ถามอย่างนี้ไม่ตอบ...ตอบแบบนี้ระวังประชาชนถาม…นายกฯมีไว้ทำไม?

ปัญหาวิกฤตปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันให้เติม หรือมีก็น้อยจนต้องจำกัดปริมาณการเติม และประชาชนยังต่อคิวกันยาวเหยียด กลายเป็นเรื่องที่ตอนนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่ตอบแล้ว

เจอทัพนักข่าวจี้ถามเรื่องนี้ “เสี่ยหนู”น่าจะลืมตัวว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการทุกปัญหาของประชาชนและประเทศ เก็บอารมณ์ไม่อยู่ถึงกับตอบว่า “ถามเรื่องนี้.. แบบนี้ไม่ตอบ” แถมสำทับด้วยประโยคของ“นักปัดในตำนาน” เอาตัวรอดเป็นยอดดี ว่า “ยังไม่ได้รับรายงาน”

เมื่อถามว่าจะบริหารอารมณ์ของประชาชนในช่วงนี้อย่างไร นายกฯอนุทิน ตอบว่า ทุกคนกำลังทำงานอยู่

โถ... ท่านนายกฯ ปั๊มร้าง-คิวยาว-ชาวบ้านตบตีแย่งชิงน้ำมัน ของแบบนี้ไม่ต้องให้ราชการ หรือรอรายงานวางบนโต๊ะนายกฯหรอก สื่อโซเชียล หรือสื่อหลักรายงานกันเต็มฟีด เสียงด่าหน้าปั๊มนี่ดังไปถึงดาวอังคารแล้ว!

ชาวบ้านเขาไม่ได้อยากรู้ว่าใครกำลังทำงานอยู่ แต่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีน้ำมันให้เติม ที่ให้คำมั่นย้ำๆ ว่า “น้ำมันเต็มปั๊ม” ภายในสัปดาห์นี้นั้น...กี่โมง?

ปัญหาของชาติ แต่นายกฯไม่ตอบ ไม่รู้ว่า อนุทินรู้ว่าตอบไปก็เข้าตัว เพราะสถานการณ์หน้าปั๊มมันฟ้องว่าบริหารจัดการพลาด ทำงานแบบไหนถึงปล่อยให้คนแย่งน้ำมันกันจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ?

อนุทิน ชาญวีรกูล
หรือที่ 'ไม่ตอบ' เพราะกลัวจะถูกถามตามติด “ดีลลับจ๊อบเบอร์” ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลัง “ค้าน้ำมัน” บนคราบน้ำตาประชาชน หรือเปล่า?

มีข้อมูลวงในปูดมาว่า “จ็อบเบอร์” เครือข่ายนักการเมืองที่ “เส้นใหญ่” รับน้ำมันจากโรงกลั่น หรือคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ปกติแล้วรับมาตั้งแต่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 3,000 ลิตร ไปส่งให้ลูกค้าปั๊มน้ำมัน โรงงาน หรือ ผู้ที่ต้องการใช้น้ำมันปริมาณมากในกิจการ หรือ ขนส่งของตัวเองต้องรายงานปริมาณกับทางการให้ทราบ แต่วันนี้ยังเฉย..ไม่มีรายงาน!

นี่เป็นคำตอบว่า น้ำมันหายไปไหน เพราะ เมื่อจ๊อบเบอร์กลุ่มนี้ ไม่รายงานก็ไม่มีใครรู้ว่า น้ำมันถูกส่งไปไหน ปริมาณเท่าไหร่ กลายเป็นจุดรั่วไหลเก็บกักไว้รอราคาขึ้นทำกำไร ทำให้ปั๊มไม่มีน้ำมันให้ประชาชนทั่วถึงสักที

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
แม้ที่ประชุม ที่มี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคม อดีตพ่อค้าน้ำมัน เจ้าของปั๊มพีที จะรู้ปัญหาแต่ใครจะทำอะไร ซึ่งเหล่านี้น่าจะทำงานเหมือนนายกฯอนุทิน คือ “รอรายงาน” ... “ยังไม่ได้รับรายงาน”

ขณะที่ฝ่ายค้านอภิปรายในสภาฯญัตติวิกฤตพลังงาน เท่าที่สดับรับฟังมาต่างชี้ว่า “ไอ้โม่ง” มีจริง เพราะปริมาณน้ำมันดิบ และการกลั่นในประเทศมีเหลือเฟือ แต่ทำไมหน้าปั๊มถึงไม่มีน้ำมัน?

กรณ์ จาติกวณิช
“กรณ์ จาติกวณิช” สส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า น้ำมันไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก"กัก" ไว้โดยกลุ่มทุนที่รู้ล่วงหน้าว่ารัฐจะเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซล ซึ่ง “อนุทิน” ก็เพิ่งยอมรับว่า ต้องปล่อยตามกลไก

งานนี้ใครได้ลาภลอยลิตรละหลายบาท? นายกฯ บอกไม่รู้ แต่คนในวงการเขาเห็นตัวเลขสต็อกกันหมดแล้ว

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่าขณะนี้ยังใช้สต็อกน้ำมันเดิม แต่ทำไมน้ำมันขึ้นราคา เป็นการบริหารจัดการผิดพลาด บกพร่อง ยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีเป็นนักธุรกิจ ผู้รับเหมา หรือ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว. คมนาคม เป็นนักธุรกิจน้ำมัน ต้องคิดถึงกำไร การแก้น้ำมันแพงจึงไม่มีทางสำเร็จ ถ้าจะทำให้สำเร็จต้องให้คนไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาดำเนินการ

สรุปว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นถามเสี่ยหนู ไม่ขอตอบ...ก็ให้ระวังประชาชนเขาจะถามบ้าง..นายกฯ มีไว้ทำไม?

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
++ รู้จัก “แก๊งลูกเทพ”และ “เพื่อนนายหญิงน้อย” ใน ครม.อนุทิน 2

“ครม.อนุทิน2” รัฐมนตรีทั้งหมดมาจาก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย

มีมุมที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่ หรือ “สส.เจนวาย” ของทั้งสองพรรคที่ได้เป็นรัฐมนตรีเพราะมีเส้น สร้างความไม่พอใจให้กับ สส.หลายสมัย หลายคนที่ถูก “ปาดหน้า”

คนกลุ่มนี้ ถ้าอยู่พรรคภูมิใจไทย จะถูกเรียกว่า “ลูกเทพ” มีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นคนรุ่นราวคราวเดียว อยู่ในวงแวดล้อมใกล้ชิดกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกชายของ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ

แต่ถ้าเป็นคนของพรรคเพื่อไทย ก็จะถูกเรียกว่า “เพื่อนนายหญิงน้อย” ก็คือเพื่อน “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นั่นแหละ
ใน “แก๊งลูกเทพ” หัวหน้าแก๊งก็คือ “เสี่ยนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ คนนี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก แค่บอกว่าเป็นทายาทการเมืองของ “เนวิน” เป็นอันรู้กัน

ส่วนคนที่จะมาเป็น รมช.ดิจิทัลฯ ก็คือ “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” สส.อุบลราชธานี หลายสมัย โฆษกพรรคเพื่อไทย ลูกสาวของ “อิสสระ สมชัย” บ้านใหญ่เมืองดอกบัว

ที่ กระทรวงมหาดไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ควบรมว.มหาดไทย โดยมี รมช.มหาดไทย 3 คน ล้วนอยู่ใน “แก๊งลูกเทพ”

“เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” ลูกชายของ “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” และเป็นหลานชายของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” บ้านใหญ่แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง อุทัยธานี ที่รอบนี้ประสบความสำเร็จในการรับผิดชอบดูแลการเลือกตั้ง พื้นที่ภาคกลาง

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ
“วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์” หรือ “โกแพ” สส. 3 สมัย บ้านใหญ่ฝั่งอันดามัน จ.สตูล เป็นลูกชายของ “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เจ้าของ หจก.เกียรติเจริญชัย มีธุรกิจทั้งเรือประมง รถบรรทุก แพปลา ท่าเรือ รับเหมาก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน สวนปาล์ม และค่ายมวยเกียรติเจริญชัย รอบนี้ได้นั่ง รมช.มหาดไทย แบบเหนือความคาดหมายของหลายๆ คน

“พลพีร์ สุวรรณฉวี” สส.นครราชสีมา หนึ่งในทายาทตระกูลการเมืองของโคราช ลูกชายของ “ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ล่วงลับ และ “ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี” อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ที่กระทรวงคมนาคม มี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เป็นรองนายกฯและรมว.คมนาคม ซึ่งถือว่าเป็น เบอร์ 2 รองจาก “อนุทิน” ก็มีคนของแก๊งลูกเทพ มาเป็น รมช.อยู่ 2 คน คือ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” หรือ “เสี่ยโต้ง” สส.ศรีสะเกษ ตระกูลบ้านใหญ่ดงดอกลำดวน โดยในช่วงที่ผ่านมา ก็รับหน้าที่เป็นโฆษกรัฐบาล เที่ยวนี้ขึ้นชั้นเป็นรัฐมนตรี

อีกคนคือ “ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์” สส.พิจิตร ทายาทของ “ประวัติ ภัทรประสิทธิ์” และหลานชายของ “ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” อดีตรัฐมนตรีคนดัง เจ้าของ “ตลาดไท” ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แถมมีศักดิ์เป็น “หลานเขยเนวิน” อีกด้วย

วัชระพล ขาวขำ
“ภราดร ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง 5 สมัย หนึ่งในคีย์แมนวางแผนเลือกสว. จนได้ “สว.สีน้ำเงิน”มาค่อนสภา ลูกชาย “เสี่ยตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล บ้านใหญ่เมืองอ่างทอง ที่ยังคงเกาะเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อย่างเหนียวแน่น
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย “เพื่อนนายหญิงน้อย” ที่เป็น สส. รุ่นใหม่ เจเนอเรชั่นเดียวกับ “แพทองธาร ชินวัตร” ได้ขึ้นลิฟต์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ รอบนี้มี 3 คน ได้แก่

“ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.เชียงราย 3 สมัย ลูกสาว “ยุทธตู้เย็น” ยงยุทธ ติยะไพรัช บ้านใหญ่ จ.เชียงราย อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้รับใช้ใกล้ชิด “ทักษิณ ชินวัตร” มายาวนาน เลยได้เป็น รมช.ในโควตาภาคเหนือ “วัชระพล ขาวขำ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.อุดรธานี ลูกชายของ “วิเชียร ขาวขำ” อดีต สส.อุดรธานี และอดีตนายกอบจ.อุดรธานี หลายสมัย ระดับบ้านใหญ่แดงอุดรฯ ถือว่ามาในโควต้า สส.ภาคอีสาน

“อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์’ สส.กาญจนบุรี ดาวรุ่งตัวจริง ไม่ได้มีประวัติเป็นลูกหลานนักการเมือง แต่สามารถคว้าโควต้า สส.ภาคกลาง นั่ง รมช.ศึกษาธิการ โดย “อัครนันท์” มีพื้นฐานการเป็นนักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เคยไป “ขุดทอง” ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ในฐานะเจ้าของธุรกิจ บริษัท เอเค เก้าหนึ่งกรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมแบรนด์ดัง ที่ร่วมหุ้นกับดาราระดับประเทศมากมาย

ที่สำคัญคือ เป็นเพื่อนกับ “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ และใกล้ชิดกับ “ชินวัตร รุ่นลูก”