วันนี้(25 มี.ค.)ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อพิจารณาแนวทางรับมือวิกฤตการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเน้นย้ำใน 3 ประเด็นหลัก คือ พลังงาน เกษตรกร และค่าไฟฟ้า
น.ส.กุลวลี ระบุว่า ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไขคือ "ส่วนต่างราคาน้ำมัน" ระหว่างปั๊มที่มีแบรนด์ และไม่มีแบรนด์ (ปั๊มอิสระ) ซึ่งปัจจุบันมีความแตกต่างกันมากจนทำให้ประชาชนแห่ไปเข้าคิวอัดยัดเยียดกันที่ปั๊มแบรนด์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกลุ่มผู้ค้าส่งน้ำมัน (Jobber) และกำชับให้ "โรงกลั่น" เร่งระบายน้ำมันออกมา อย่ากักตุนสินค้าในช่วงวิกฤต
สำหรับภาคการเกษตร นางสาวกุลวลี สส.ราชบุรี สะท้อนภาพความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับราคาพืชผลตกต่ำ ทั้งข้าว มัน อ้อย และมะพร้าว โดยเฉพาะ "มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี" ที่ราคาดิ่งลงเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลูก จึงเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ อาทิ โครงการคูปองปุ๋ยครึ่งราคา เพื่อลดต้นทุนและเป็นน้ำชโลมใจให้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าเงินช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 68/69 (ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่) ซึ่งในจังหวัดราชบุรีมีเกษตรกรค้างท่อยังไม่ได้รับเงินอีกถึง 7,766 ราย
ส่วนประเด็นค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นจากหน่วยละ 3.88 บาท โดยนางสาวกุลวลี ได้ยกกรณี โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเพิ่งหมดสัญญาไปเมื่อ 30 ตุลาคม 2568 โดยระบุว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีน้ำมันเตาสำรอง (Reserve) ค้างอยู่ถึง 38 ล้านลิตร
"ดิฉันเคยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง EGAT และ กกพ. มาชี้แจง แต่กลับมีการเตะถ่วงเวลา สลับกันขาดประชุม จนสัญญาหมดลง น้ำมันเตา 38 ล้านลิตรนั้นจะเอาไปขายทิ้งอย่างเดียวหรือ? ทำไมไม่เอามาผลิตกระแสไฟฟ้าในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน" นางสาวกุลวลี กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลปัจจุบันจะเร่งนำน้ำมันเตาสำรองดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่เกิดวิกฤตนี้ นางสาวกุลวลี กล่าว


