“ปิยวัฒน์” ซัด รัฐบาลล้มเหลวแก้วิกฤตน้ำมัน ซ้ำเติมเกษตรกร ทำเศรษฐกิจพังเป็นโดมิโน จี้ หยุดสื่อสารหลอกประชาชน เย้ย รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็สร้าง first impression แย่ๆ
เมื่อวันที่ (25 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน จากการเสนอของพรรคการเมืองรวม 6 พรรค นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่าการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมันในปัจจุบันล้มเหลว และกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรงให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม
นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ทำนา เลี้ยงปลา และเลี้ยงกุ้ง ต่างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการดำรงอาชีพ โดยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องใช้น้ำมันวันละ 60–70 ลิตร เพื่อเดินเครื่องเติมออกซิเจน แต่กลับไม่สามารถหาซื้อน้ำมันได้เพียงพอ ปั๊มจำกัดการขายเพียง 500 บาทต่อครั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ
“น้ำมันคือหัวใจของชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก แต่วันนี้รัฐบาลกลับปล่อยให้ประชาชนต้องดิ้นรนหาน้ำมันกันเอง บางพื้นที่ต้องต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตร ขณะที่ในกรุงเทพฯ มีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ แต่คนต่างจังหวัดกลับหาแทบไม่ได้” นายปิยวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ นายปิยวัฒน์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการกักตุนและการลักลอบจำหน่ายน้ำมันในลักษณะใต้โต๊ะที่ทำให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้น้ำมัน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง
นายปิยวัฒน์ ยังกล่าวถึงการสื่อสารของรัฐบาลว่า ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ โดยข้อมูลที่รัฐบาลชี้แจงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งปั๊มน้ำมันในจังหวัดนครนายกได้รับการจัดสรรน้ำมันลดลงจากเดิมวันละ 20,000–30,000 ลิตร เหลือเพียง 4,000–8,000 ลิตรต่อวัน ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน
“นี่คือความผิดพลาดของรัฐบาลอย่างชัดเจน ทั้งการบริหารจัดการและการสื่อสาร ในภาวะวิกฤติแบบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่น แต่รัฐบาลกลับทำไม่ได้ หากรัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้า จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจ ราคาสินค้าจะพุ่งสูงขึ้น และธุรกิจจำนวนมากอาจล้มลงเหมือนโดมิโน โดยรัฐบาลไม่ควรใช้สถานะรักษาการเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน“
นายปิยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็สร้างความผิดหวังให้ประชาชนแล้ว นี่คือ first impression ที่แย่ และตอนนี้ประชาชนไม่สามารถรอได้อีกต่อไป รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด


