“กมธ.พาณิชย์“ลงพื้นที่จันทบุรี ศึกษาห่วงโซ่ทุเรียนครบวงจร วิเคราะห์ตลาดจีนปี 26 ชี้ดีมานด์ยังโตสูง แม้เผชิญแข่งขันจากเวียดนาม-มาเลเซีย เร่งยกระดับมาตรฐาน-สร้างแบรนด์ พร้อมดันหนุนเกษตรกรไทยสู่พรีเมียมแข่งขันตลาดโลกอย่างยั่งยืน
นายเอกชัย เรืองรัตน์ ประธานอนุคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา พร้อมด้วย นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ และนายชวพล วัฒนพรมงคล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ เดินทางเยี่ยมชมร้าน Tree House Durian Café จ.จันทรบุรี โดยมี นายชูเกียรติ อุเทน ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำทุเรียนเกรดพรีเมียมมาผสมผสานกับขนมและเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว เช่น บิงซูทุเรียน, เค้กทุเรียนสด, หรือกาแฟทุเรียน ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการใช้เนื้อทุเรียนสดๆ จากสวนคุณภาพ ไม่ใช้สารแต่งกลิ่นเลียนแบบ เพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริง นอกจากนั้นมีการนำทุเรียนมาทำเป็นขนมและเครื่องดื่ม ยังช่วยลดข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล ทำให้ร้านสามารถขายทุเรียนได้ตลอดทั้งปี
จากนั้น คณะอนุกรรมาธิการฯ เดินทางไปยัโรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท จ.จันทบุรี เข้าร่วมงานการจัดประชุม “แบรนด์ทุเรียนเอเชียสู่จีน 2026 (Asia Durian China Market Congress)” จัดโดย Fresh Asia Fruit Congress ร่วมกับเครือข่ายอุตสาหกรรมทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาดทุเรียนในประเทศจีนปี 2026 โดยสืบเนื่องจากความต้องการทุเรียนในจีนขยายตัวสู่หัวเมืองรองมากขึ้น และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "มาตรฐาน ความปลอดภัย" และ "ความสม่ำเสมอของรสชาติ" เป็นอันดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้รับทราบการรุกตลาดของทุเรียนสดจากเวียดนามและทุเรียนแช่แข็งจากมาเลเซีย โดยไทยต้องเร่งชูจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุนจีนขนาดใหญ่ลงมาจับคู่ธุรกิจ (Matching) โดยตรงกับสวน/ผู้ประกอบการไทย อีกทั้งการจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ทุเรียนไทยมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับมากกว่าการส่งออกวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว และจากการรับฟังข้อมูลการประชุมดังกล่าวพบว่า ประชากรจีนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงทุเรียนไทย แม้ความต้องการจะสูงมาก โดยคาดว่าผู้บริโภคชาวจีนที่รับประทานทุเรียนมีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น ทำให้ตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโตอีกมากสำหรับทุเรียนไทย แต่ต้องรักษามาตรฐานคุณภาพเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งต่อไป
จากนั้น คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เดินทางเยี่ยมชมสวนทุเรียนลุงเล็ก และแผงเจริญนานฟรุตโดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้ครบวงจร พร้อมร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยกระดับผลไม้ไทยสู่เกรดพรีเมียม มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการแข่งขันเสรี ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จของการเกษตรสมัยใหม่ที่ควบรวมบทบาท "ผู้ผลิตคุณภาพ" และ "ผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก" ไว้ในที่เดียว โดยเน้นการบริหารจัดการคุณภาพ ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งผลให้สามารถส่งออกผลไม้ตรงสู่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอด
นายเอกชัย เรืองรัตน์ ประธานอนุคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ใน จ.จันทบุรี ได้รับทราบข้อมูลทุเรียนแลเผลไม้ในพื้นที่หลายด้าน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มาตรการทางการค้าเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ โดยเกษตรกรได้เสนอให้คณะอนุกรรมาธิการฯได้พิจารณาและช่วยแก้ไขปัญหาที่สำคัญหลายประการ เช่น การบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อรักษาคุณภาพ การลดระยะเวลาการตรวจสอบและการขนส่ง เพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้
นอกจากนั้น ยังมีการตรวจสอบสาร FY2 และสารแคดเมียมตั้งแต่ระดับสวน หรือ ต้นแทนการสุ่มตรวจหน้าด่านก่อนส่งออก ซึ่งถือเป็นการรับรองระบบ โดยใช้มาตรฐาน GAP และ GMP เป็นฐาน และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจรับรองจากแหล่งผลิตมากยิ่งขึ้น
นายเอกชัย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้ไปดูเรื่องโลจิสติกส์ มาตรฐานการตรวจสอบ และการสร้างแบรนด์ คณะกรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะทั้งหมด เพื่อนำไปศึกษาและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลต่อไป เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทยต่อไป


