xs
xsm
sm
md
lg

เอฟซีว่าไง? เลือก "รังสี" ได้ "คริส" มาอวย "หนู" ไส้แตก! ** “บวรศักดิ์” เหาะเกินกรุงลงกา หลุดโผ ครม. “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เสียบแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 คริส โปตระนันทน์ - พล.อ.รังสี กิติญาณทรัพย์ - บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ เอฟซีว่าไง? เลือก "รังสี" ได้ "คริส" มาอวย "หนู" ไส้แตก!

ตอนนี้กลายเป็น "หัวหน้าติ่ง" เบอร์ 1 ที่คอยออกมาอวยไส้แตก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชนิดที่ว่ากระทั่ง สส.ค่ายน้ำเงินเองยังเขิน ไม่กล้าเชลียร์ เหมือน "คริส โปตระนันทน์" จากพรรคเศรษฐกิจ

อวยยังไง อวยแบบไหน? ดูตัวอย่าง ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา "คริส" ได้สร้างตำนานบทใหม่ในสภาฯด้วยการอวย "เสี่ยหนู" แบบสุดตัว ยกย่องเป็น "รัฐบุรุษ"!!

 คริส โปตระนันทน์
“คริส โปตระนันทน์” ประกาศกลางสภาว่า... “ท่าน (อนุทิน) ไม่ได้จะเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 เท่านั้น แต่ท่านจะเป็น “รัฐบุรุษ” คนต่อไปของประเทศนี้”
“คริส”ยังระบุ “อนุทิน” เป็นสุภาพบุรุษนักประสาน เป็นคนที่ประนีประนอมสูง รักษาคำพูด หรือ"พูดแล้วทำ" และ เป็นคนที่จะพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง

ถ้าพูดถึงความรักชาติ คริส ย้ำว่า อนุทิน คือ "ผู้รักชาติ" ที่ทำงานหนักมากตลอดช่วงวิกฤต!

นี่คือที่สุดของการอวยแล้ว

เพราะฉะนั้น "คริส" จึงอ้างว่า การโหวตให้ “อนุทิน” คือการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชน 1.1 ล้านคน ที่เลือกพรรคเศรษฐกิจมา

แหม!.. “คริส” แน่ใจละหรือว่า เสียงคนล้านกว่าคนต้องการเช่นนี้จริงๆ? และ ที่เลือกพรรคเศรษฐกิจมา จนคริสได้เข้าสภาฯ มาได้อย่างไร ?

พล.อ.รังสี กิติญาณทรัพย์
ต้องบอกว่า ส่วนใหญ่เขาเลือกเพราะ เชื่อในตัว และไหลไปตามกระแส "พลเอกรังสี กิติญาณทรัพย์" ฟีเวอร์

เนื่องเพราะ “พล.อ.รังสี” มาแรงแซงทางโค้งด้วยภาพลักษณ์ "ทหารปากกล้า"พูดเรื่องไทย-เขมร ได้สะใจชาวเน็ต

ก่อนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดกระแส "เลือกรังสี" ให้มาปราบโกง ปราบเทา ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เบื่อทั้งขั้วอำนาจเก่า และขั้วการเมืองใหม่ที่เน้นแต่อุดมการณ์ โดยมองว่า "พล.อ.รังสี" คือ "ทางเลือกที่สาม"

ที่ไหนได้..พอจัดวางรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคออกมา ก็มีคำถามดังขึ้นอึงมี่ ว่า พล.อ.รังสี "นักรบปากกล้า" เป็นแค่ "ภาพลวงตา" อ๊ะป่าว!? เพราะชื่อของ "พล.อ.รังสี" ไปอยู่ลำดับที่10 เรียกว่าไกลปืนเที่ยง ทั้งๆ ที่เป็น หัวหน้าพรรค เป็น"ตัวชูโรง" ต่อให้กระแส "เลือกรังสี" แรงยังไง คะแนนก็ไปไม่ถึงเหมือนตั้งใจ

กระนั้นก็ยังมีคนแห่เลือกเพราะหวังเห็น "แม่ทัพ" เข้าไปบู๊ในสภา เป็นปากเป็นเสียงแบบพึ่งพิงได้

จนกลายเป็นคนเลือกเพราะ “รักรังสี” แต่คะแนนดันไหลไปปั่นให้ "คริส โปตระนันทน์" ได้ส้มหล่นเข้าสภาฯไปแบบหล่อๆ
แต่..แต่..สุดท้ายวันนี้ที่เห็นและเป็นไป "เลือกรังสี... ได้คริส...ไปอวยหนู" พอฟอร์มรัฐบาลปุ๊บ พรรคเศรษฐกิจ ก็รีบกระโดดเข้าอ้อมกอด "บ้านใหญ่สีน้ำเงิน" ทันที

คำถามถึงแฟนคลับ "พล.อ.รังสี" ว่า รู้สึกยังไง? ที่คะแนนเสียงที่ให้ไปเพราะอยากได้ทหารสายบู๊ กลับกลายเป็นได้ "คริส" ติ่งเบอร์ 1 อวยหนูหวานเจี๊ยบซะงั้น!!

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
++ “บวรศักดิ์” เหาะเกินกรุงลงกา หลุดโผ ครม. “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เสียบแทน

ใน “ครม.อนุทิน 1” ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พรรคร่วมมีไม่มาก โควตารัฐมนตรียังมีเพียงพอที่จะเชิญ “มืออาชีพ” หรือที่เรียกกันว่า เทกโนแครต เข้ามาร่วมสร้างภาพครม.ให้แลดูดี

จึงมีชื่อ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” มาเป็น รมว.คลัง “สีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว” เป็น รมว.ต่างประเทศ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เป็น รมว.พาณิชย์ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” เป็น รมว.พลังงาน และ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นรองนายกฯ ดูแลด้านกฎหมาย
แต่ “ครม.อนุทิน 2” ที่กำลังฟอร์มกันอยู่ตอนนี้ เก้าอี้รัฐมนตรีไม่พอเกลี่ยแบ่งให้บรรดา “บ้านใหญ่” ที่เชิญมาร่วมพรรค รวมทั้งโควตาของผ็มีบารมี และทุนใหญ่ที่ให้การสนับสนุนอยู่หลังฉาก

ชื่อ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” จึงหลุดโผ แล้วมีชื่อ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” เข้ามาเป็น รมว.พลังงาน แทน

เช่นเดียวกับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ก็ขาดการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาประกาศ ไม่รับตำแหน่งรองนายกฯ หรือตำแหน่งใดๆใน “รัฐบาลอนุทิน” อีก และได้ให้คนมาเก็บของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว
จึงมีข้อสงสัยกันว่า มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ทั้งๆ ที่ผ่านมา เป็นหัวหอกปกป้องรัฐบาล โดยเฉพาะปมเลือกตั้งโมฆะ “บวรศักดิ์” แสดงความเห็นสวนกับ ”วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯหลายรัฐบาล ในเรื่องเลือกตั้ง ลับ ไม่ลับ

จนมีคำพูดเชิงเปรียบเทียบว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด แล้วจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ว่า... “เหาะเกินกรุงลงกา”

ปกรณ์ นิลประพันธ์
สำหรับ เต็ง 1 ที่จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านกฎหมายแทน “บวรศักดิ์” ก็คือ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้ส่งคณะทำงานมายื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติแล้ว

สำหรับ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ถือเป็นนักกฎหมาย มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในระดับทฤษฎี และปฏิบัติ โดยมีพื้นฐานด้านการศึกษาที่แน่นปึ๊ก

จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท Master of Laws จาก The University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย
ประกาศนียบัตร ด้าน Public Sector Management จาก Australian National University
ผ่านการอบรมหลักสูตรระดับสูง ที่เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ วปอ. รุ่นที่ 64, หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส. 2) และ หลักสูตรผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรมของสำนักงานก.พ.

หากดูจากประวัติการทำงาน “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ไม่ใช่คนใหม่สำหรับแวดวงอำนาจ แต่คือ "ฟันเฟือง" สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลมาหลายยุคสมัย

ปี 2550 ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปี 2551 กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปี 2558 รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปี 2559 ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ปี 2559 – 2562 ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU)
ปี 2561 – 2563 ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และเป็น เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ปี 2563 – ปัจจุบัน เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการกฤษฎีกา

“ปกรณ์” ไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงแค่ข้อกฎหมายแบบดั้งเดิม แต่ยังมีประวัติผ่านหลักสูตร Train the Trainers ด้านกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงประสบการณ์ในตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ.ร. ที่ทำให้เขาเข้าใจระบบการพัฒนาระบบราชการ และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างดี

การก้าวขึ้นมามีชื่อเป็นตัวเต็ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลอนุทิน ต้องการ "มืออาชีพ" ที่มีความสดใหม่ แต่เก๋าเกมในระบบราชการ เพื่อมาช่วยตรวจทานกลั่นกรองกฎหมายให้รัดกุม

ที่สำคัญคือ การอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาอย่างยาวนาน ทำให้ “ปกรณ์” มีความสนิทสนมกลมเกลียว กับ “วิษณุ เครืองาม” รวมทั้ง ซือแป๋ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ด้วย