xs
xsm
sm
md
lg

“พม.” ประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคม ชูเปิดประตูสิทธิให้กว้างขึ้น ลดคนตกหล่นจากระบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อัครา“ เปิด KICK OFF ประเมินความพิการจากปัจจัยสังคม-สิ่งแวดล้อม ครอบคลุมผู้ไม่เข้าเกณฑ์แพทย์ ลดคนตกหล่นจากระบบ เพิ่มโอกาสเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการรัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน KICK OFF การประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

ภายในงานมีนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) นางสาวสนธยา 


บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 จังหวัด นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ผู้นำและผู้แทนองค์กรคนพิการทั้ง 7 ประเภทความพิการ คนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ และเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงาน

ในโอกาสนี้ มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ ระบบสนับสนุน MAP Able+ ปักหมุด รู้จุดพิกัด สวัสดิการคนพิการ กระบวนการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม และการออกบัตรประจำตัวคนพิการที่ผ่านการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม พร้อมมอบบัตรประจำตัวคนพิการให้กับตัวแทน 4 ภาค และกรุงเทพมหานคร

นายอัครา กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “พม. ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีกลุ่มเป้าหมายจำนวนหนึ่งที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตจากปัจจัยทางสังคมและสภาพแวดล้อม แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ความพิการตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการสังคม และบริการของรัฐได้อย่างที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จึงได้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์การประเมินความพิการให้ครอบคลุมมิติทางสังคมและพฤติการณ์แวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ. 2568 และคู่มือการวินิจฉัยและตรวจประเมินความพิการ พร้อมทั้งซักซ้อมแนวทางอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความมั่นใจต่อการประเมินความพิการ รวมถึงกระบวนการและขั้นตอน จนสามารถออกบัตรประจำตัวคนพิการได้

รมว.พม. กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญกับมิติสังคมในการประเมินความพิการ ถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตจากสภาพแวดล้อมและบริบททางสังคม โดยเฉพาะบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกายที่ปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน อาทิ ความบกพร่องของตา ใบหู ใบหน้า ศีรษะ นิ้วมือ แขน ขา หรือส่วนของลำตัว ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่สามารถรักษาให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้


นายอัครา ระบุว่า เกณฑ์การประเมินความพิการแนวทางนี้ จะช่วยเหลือบุคคลที่มีข้อบกพร่องดังกล่าวให้สามารถขอมีบัตรประจำตัวคนพิการได้ครอบคลุมมากขึ้น นับเป็นการทำงานเชิงรุกในการค้นหาและนำคนพิการเข้าสู่กระบวนการประเมินได้มากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่อาจไม่เข้าเกณฑ์การประเมินตามหลักทางการแพทย์ แต่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตจากปัจจัยทางสังคมและสภาพแวดล้อม ส่งผลให้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการสังคม และบริการของรัฐได้ครอบคลุมมากขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนพิการ

นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป หน่วยงานระดับชุมชน และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “พม.ใกล้คุณ พก.ใกล้บ้าน ศูนย์บริการคนพิการใกล้ใจ”

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรม KICK OFF ครั้งนี้ จัดขึ้นทั้งในรูปแบบ Onsite ที่กระทรวง พม. ส่วนกลาง และ Online ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยบริการในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร โดยมีการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม เน้นกลุ่มบุคคลที่อาจไม่เข้าเกณฑ์การประเมินตามหลักทางการแพทย์ แต่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตจากปัจจัยทางสังคมและสภาพแวดล้อม

“วันนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการเปิดประตูสู่สิทธิให้กว้างขึ้น ลดการตกหล่นของบุคคลที่ควรได้รับการคุ้มครอง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการสังคม และบริการของรัฐ รวมถึงการทำงานประกอบอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนพิการทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายอัครา กล่าว