“กรวีร์” ชี้ ความต้องการเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ทำโควตาน้ำมันที่ปั๊มได้รับ หมดก่อนกำหนด ต้องรอรอบใหม่อีกหลายวัน ทำให้ไม่มีน้ำมันขาย แนะรัฐเร่งเติมน้ำมันเข้าสู่ระบบ จัดสรรน้ำมันสำรองเข้ามาเสริมโดยเร็ว กระจายการจัดส่งให้ทั่วถึง ควบคุม และตรวจสอบการกักตุน ป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรวีร์ ปริศนานันทกุล Korrawee” สะท้อนปัญหา “โควต้าน้ำมัน” ที่หมดก่อนกำหนด ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันและประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
”ในวันที่ “โควตาน้ำมัน” หมดก่อนเวลา อย่าปล่อยให้ความหวังเหือดแห้งพร้อมกับน้ำมัน
ผมมีโอกาสลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการเจ้าของปั๊มน้ำมัน และได้รับรู้ถึงความกังวลที่สะท้อนผ่านตัวเลขโควตายอดขายต่อเดือน (120,000 ลิตร/เดือน)
ตัวเลขนี้คือปริมาณที่เคย “เพียงพอ” ในสถานการณ์ปกติ แต่ในความเป็นจริงวันนี้ น้ำมันหยดสุดท้ายถูกจำหน่ายหมดไปตั้งแต่หลายวันที่ผ่านมา ในขณะที่กำหนดการส่งรอบใหม่ คือ วันที่ 1 เมษายน
คำถามที่น่ากังวลสำหรับเจ้าของปั๊ม คือ... แล้วอีก 10 วันที่เหลือนี้ เขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาบริการประชาชน?
และคำถามที่น่ากังวลกว่าสำหรับประชาชนคือเขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาเติม?
ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ เมื่อหน้าปั๊มไม่อาจปฏิเสธการขาย แต่คลังน้ำมันกลับไม่มีของส่งเพิ่ม สิ่งที่ตามมาคือความเดือดร้อนที่ลามไปถึงการใช้ชีวิตและการทำมาหากินของทุกคน
ปลดล็อกวิกฤต ด้วย “การจัดการ” และ “ความเชื่อมั่น”
นี่คือภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานต้องรีบแก้ปัญหาก่อนจะลุกลามบานปลายมากกว่านี้
เติมน้ำมันเข้าระบบ : ผลักดันมาตรการจัดสรรน้ำมันสำรองเข้ามาเสริมโดยเร็วที่สุด ทำให้คนสัมผัสได้จริงว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ
กระจายให้ทั่วถึง : วางระบบการจัดส่งที่ทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันถึงมือประชาชนให้มากที่สุด
หยุดการกักตุน : ควบคุมและตรวจสอบจุดเสี่ยง เพื่อไม่ให้ใครฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนของประชาชน จัดทีมตรวจสอบทั้งต้นทาง ระหว่างทางว่ามีใครฉวยโอกาสหรือไม่ แล้วถ้ามีต้องลงโทษให้สังคมได้รับทราบ
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ปริมาณน้ำมันและน่าจะสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ “ความเชื่อมั่น”
ในยามวิกฤต ข้อมูลที่ชัดเจนและจริงใจ คือ ยาดีที่สุดที่จะช่วยคลายความกังวลให้ประชาชน ต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทางออกมีอยู่จริง” ต้องทำให้เห็นว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ แบบสัมผัสได้
อย่าลืมว่า “วิกฤตความเชื่อมั่น” แก้ยากกว่า “วิกฤตน้ำมัน” หลายเท่าตัว
เชื่อว่า ประชุมสภาวันพุธนี้ ทุกพรรคการเมืองจะหยิบยกเรื่องนี้มาประชุมในสภาผู้แทนฯ แน่นอน”


