xs
xsm
sm
md
lg

จับตาตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี “สุดาวรรณ” ที่ถูก DSI ออกหมายเรียกคดีบุกรุกที่ หาดสวนยา วัดใจ“อนุทิน”จะตีกลับหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ จับตาตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี “สุดาวรรณ” ที่ถูก DSI ออกหมายเรียกคดีบุกรุกที่ หาดสวนยา วัดใจ“อนุทิน”จะตีกลับหรือไม่

ความเคลื่อนไหว การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อไทยถือว่าได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยพรรคเพื่อไทย ส่งรายชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีรวม 8 คน ไปให้พรรคภูมิใจไทยแล้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 คน ได้แก่...

“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รมว.ศึกษาธิการ

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ มีการวางตัวไว้ 3 คน เป็นโควต้าตัวแทนภูมิภาค ได้แก่

“อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” สส.กาญจนบุรี ในตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง มีชื่อของ “วัชรพล ขาวขำ” สส.อุดรธานี ลูกชายของ “วิเชียร ขาวขำ” บ้านใหญ่แดงอุดรธานี กับ “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” สส.เชียงราย ลูกสาว “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เป็นที่น่าสังเกตว่า รอบนี้ยังไม่มีชื่อ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง กับ “มนพร เจริญศรี” สส.นครพนม อดีต รมช.คมนาคม อยู่ในโผ

ในจำนวน 8 รายชื่อนี้ มี 2 รายชื่อ ที่คาดว่ายังต้องลุ้นการตรวจสอบคุณสมบัติ ว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี จะตีกลับหรือไม่ คือ

.

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กับ “สุดาวรรณ หวังศุภิจโกศล” ที่อาจติดปัญหาเรื่องคดี

ในรายของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” มีเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าอาจส่งผลต่อคุณสมบัติ การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะในแง่ของ "ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" และ "มาตรฐานทางจริยธรรม" ได้แก่

คดี MOU สแกนม่านตา (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) เป็นประเด็นที่ “ศุภชัย ใจสมุทร” และฝ่ายค้านในขณะนั้น หยิบยกขึ้นมาโจมตี โดยระบุว่ามีความผิดปกติในการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี ในสมัยที่ “ประเสริฐ” เป็นรัฐมนตรี กับบริษัทเอกชนจากสิงคโปร์

 ประเสริฐ จันทรรวงทอง
ทั้งนี้ DSI ได้เรียก “ประเสริฐ” เข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อพิรุธ หลังจากพบภาพถ่ายร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการ ดังกล่าว

ข้อกล่าวหาเรื่องสินบน 40 ล้านบาท มีการตั้งข้อสังเกตและพาดพิงถึงกรณีการรับสินบนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงดีอี ซึ่ง “ประเสริฐ”ได้ปฏิเสธ และดำเนินการฟ้องร้องกลับ ในข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อปกป้องชื่อเสียงแล้ว

เรื่องของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ยังไม่มีคำวินิจฉัยความผิดจากศาล หรือหน่วยงานอิสระ ที่ทำให้ขาดคุณสมบัติโดยตรง แต่คดี "MOU สแกนม่านตา" เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญ ที่ถูกนำมาโต้แย้งเรื่องความเหมาะสมใน ครม.
ส่วนในรายของ “สุดาวรรณ หวังศุภิจโกศล” นั้น เพิ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง คดีบุกรุกที่ดินสาธารณะบริเวณ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ไปรับทราบข้อกล่าวหา

ระบุพบการยึดถือที่ดินรัฐ และขุดบ่อกักเก็บน้ำรวมกว่า 16 ไร่ พร้อมข้อพิพาทเอกสารสิทธิ การสอบสวนครอบคลุม 6 ประเด็น เช่น การออกเอกสารสิทธิ การปฏิบัติหน้าที่รัฐ และการใช้ประโยชน์นอกเขตที่ดิน

ผู้ที่ถูกออกหมายเรียก นอกจาก “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” แล้ว ยังมีบิดาคือ “ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ และมารดา “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” นายกอบจ.นครราชสีมา

เรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหากันทั้งครอบครัว!

คดีนี้ DSI ใช้เวลาสอบสวนกว่า 6 ปี จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมเพิ่งจะออกหมายเรียก “ครอบครัวหวังศุภกิจโกศล” ที่มีอิทธิพลทางการเมืองใน จ.นครราชสีมา เเละ สังกัดพรรคเพื่อไทย ไปรับทราบข้อกล่าวหาในตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงตั้ง “ครม.อนุทิน 2” ที่มีชื่อ “สุดาวรรณ” อยู่ในโผรัฐมนตรี

“ตระกูลหวังศุภกิจโกศล” เป็นตระกูลการเมือง ที่ทำธุรกิจแป้งมันในนาม“กลุ่มธุรกิจแป้งมันเอี่ยมเฮง” มีฐานการเมืองที่ จ.นครราชสีมา กับ อุบลราชธานี

วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล
ก่อนหน้านี้ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” หรือ “กำนันป้อ” ได้รับการชักชวนจาก “เนวิน ชิดชอบ” ให้มาเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้เป็น รมช.คมนาคม

ต่อมาเมื่อปี 2566 กำนันป้อ ลาออกจากภูมิใจไทย และมอบให้ลูกสาว “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” นำทีมแป้งมันโคราช ไปสังกัดพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมานี้ “สุดาวรรณ” นำทัพ ดูเเลพื้นให้พรรคเพื่อไทย จนได้ สส.นครราชสีมา 8 เขต จาก 16 เขต บวกกับคะแนนพรรค คิดเป็น สส.บัญชีรายชื่อได้ 1 คน

ส่วนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ก็มี “สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” อดีต สว.นครราชสีมา สามี “มาดามกบ” จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. อุบลราชธานี ยึดหัวหาดอยู่

ในปี 2566 “มาดามกบ” ลุยสนามเลือกตั้งเมืองอุบลราชธานี ในนามพรรคเพื่อไทรวมพลัง โดยส่งผู้สมัคร สส.เพียง 2 เขต ก็ได้รับเลือกเป็น สส.ทั้ง 2 คน

วสวรรธน์ พวงพรศรี
การเลือกตั้งครั้งนี้ “มาดามกบ” รั้งตำแหน่งที่ปรึกษา “พรรคไทรวมพลัง” ที่มีหลานชาย คือ “กังฟู” วสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นหัวหน้าพรรค สร้างเซอร์ไพร้ส์ ได้ สส.มา 6 ที่นั่ง

แม้พรรคไทรวมพลัง จะไม่ได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล แต่ 6 เสียงของพรรค ก็เพิ่งโหวตหนุน “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรี ไปเมื่อวันที่19 มี.ค.ที่ผ่านมา

ในสนามเลือกตั้งอุบลราชธานี การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา พรรคภูมิใจไทยพยายามรุกคืบเข้าพื้นที่ โดยปี 2562 “เนวิน ชิดชอบ” ได้ส่ง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ไปกำกับดูแล สนามอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ปรากฏว่า แพ้ยกทีม

แนน บุณย์ธิดา สมชัย
ล่าสุดครั้งนี้ ที่ เขต 8 อุบลราชธานี “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” โฆษกพรรคฯ คนใกล้ชิด ของ “ไชยชนก ชิดชอบ” เกือบสอบตก เพราะ “บรรหาร ศรีบุระ” คนของพรรคไทรวมพลัง

ชัยชนะของพรรคไทรวมพลัง ได้รับการโจษขานไปทั้งประเทศ เฉพาะสนามอุบลราชธานี ไทรวมพลังได้ สส.เขต เท่ากับ พรรคภูมิใจไทย คือพรรคละ 4 ที่นั่ง ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 3 ที่นั่ง

ดังนั้น หากพรรคภูมิใจไทย คิดจะขยับขยาย รุกคืบเข้าไปแผ่บารมี กลืนกินพื้นที่ จ.นครราชสีมา กับ อุบลราชธานี ก็เห็นชัดว่ามีคนของตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ขวางคออยู่

ตอนนี้ สองครอบครัวหวังศุภกิจโกศล มี สส.รวมกัน 14 ที่นั่ง รวมอีก 1 ปาร์ตั้ลิสต์ ก็เท่ากับมี สส.15 คน

การสกัดไม่ให้ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี จึงอาจเป็นทางหนึ่งที่จะลดทอนความแข็งแกร่งของตระกูลนี้ลงได้

กรณี DSI แจ้งข้อหา “ตระกูลหวังศุกกิจโกศล” ในช่วงที่สมาชิกในครอบครัวกำลังจะได้นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ จึงน่าจะเป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ

ต้องจับตาว่า คดีแค่อยู่ในขั้นตอนออกหมายเรียก แต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะตีกลับชื่อ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” หรือไม่!!