"อนุทิน" ลงนามคำสั่งตรวจสอบตุนน้ำมันทั่วประเทศ ยันพบตัวคนผิด ดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด บอกระหว่างรอ ครม.ใหม่ รัฐบาลรักษาการทำงานไร้ต่อ
วันที่ (20 มีนาคม) เวลา 16.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง กล่าวถึงกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตรวจค้น และพบผู้กักตุนน้ำมันจำนวนกว่า 330,000 ลิตร ที่จังหวัดอ่างทองว่า วันนี้ตนเพิ่งลงนามคำสั่ง ให้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ได้ไปดำเนินคดี กับผู้ที่เข้าข่ายลักษณะกักตุนน้ำมันและสินค้าโดยไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจ แต่เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการทั่วประเทศ ซึ่งเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ให้แต่ละหน่วยงานไปตั้งชุดปฏิบัติงานที่ไปดำเนินคดี
เมื่อถามว่าทราบแล้วหรือไม่ว่าเจ้าของเป็นใคร และจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้มีการใช้กฎหมายที่มีดำเนินคดีอยู่แล้ว ในทุกคดีที่ทำผิด
เมื่อถามว่าจากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจะมีในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ดูจากตัวเลขเมื่อพิจารณาจากตัวเลขของการใช้ในแต่ละวัน มีอีกเล็กน้อยที่ทำให้น้ำมันหายไปแต่มีไม่มาก ก็ต้องไปตามตรงนั้น ส่วนจะถึงหลักแสนลิตรหรือไม่ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่เราสันนิษฐานถึงปัญหาต่างๆ ศบก. จึงได้สรุปและดำเนินการ
เมื่อถามว่า ลักษณะนี้สามารถเรียกว่าไอ้โม่งได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าว ไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราจับได้ก็ไม่ใช่ไอ้โม่ง คนที่ไปซื้อแล้วนำไปกักตุนไว้ ระดับสามลิตร ลักษณะนี้ไม่ได้นำมาใช้ในยามฉุกเฉินหรือจำเป็น
นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าช่องทางการนำน้ำมันดิบเข้าประเทศไทยนั้นยังไม่มีปัญหา เราต้องวางแผนไปถึงสินค้าทุกอย่าง
ถามย้ำเมื่อถามย้ำว่าหากพบตัวผู้กักตุนนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดใช่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นใครใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าแน่นอน คนที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะผิดเรื่องใดก็ตาม ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องละเว้นไม่มีอยู่แล้ว ในสมัยนี้ใครละเว้นคนนั้นก็ผิดเสียเอง ไม่มีใครเขายอมแบบนั้นหรอก
เมื่อถามว่าการทำงานของกระทรวงพลังงานจะสามารถดำเนินการต่อเนื่องใช่หรือไม่ เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาล นายอนุทินพยักหน้ารับก่อนระบุว่า เป็นรอยต่อของทั้งคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีแต่ละชุดไม่เหมือนกัน แม้จะมีรัฐมนตรีคนเดิม หรือรัฐมนตรีคนใหม่ การดำเนินการของรัฐบาลต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญและเทอมของรัฐบาล
อย่างในวันนี้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน และหากไม่มีเหตุจำเป็นฉุกเฉิน ก็คงไม่ทำอะไรโดยรัฐบาลเดิม แต่ตอนนี้เรื่องน้ำมันถือเป็นเรื่องจำเป็นฉุกเฉิน เพราะฉะนั้น ตนก็ยังขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจของรัฐบาลที่รักษาการอยู่ ไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่


