xs
xsm
sm
md
lg

อย่าเพิ่งปิดซอยฉลองตำแหน่งนายกฯ-ครม. "ดีล" หวานๆ...ระวัง "บาร์โค้ด" บาดคอ!" ** “บวรศักดิ์” เสนอ ฟาสต์แทรก “ครม.อนุทิน 2” ปฏิบัติหน้าที่ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอแถลงนโยบายต่อสภาฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ อย่าเพิ่งปิดซอยฉลองตำแหน่งนายกฯ-ครม. "ดีล" หวานๆ...ระวัง "บาร์โค้ด" บาดคอ!"

เห็นบรรยากาศก่อนวันจะโหวตให้ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้แล้วชื่นมื่นกันถ้วนหน้า

"น้องน้ำเงิน" กับ "พี่แดง" ความรักบานฉ่ำ จนออกนอกหน้า ฝ่ายแดงส่งสารผ่านสื่อ งานนี้เตรียมมือเอาไว้ยกให้เต็มที่บวก พรรคเล็กพรรคน้อยเข้าไปก็น่าจะมีถึง 292 เสียง

เรียกว่าดีลลงตัว "หวานเจี๊ยบ" จนเตรียมจะปิดซอยฉลองตำแหน่งรัฐมนตรีกันแล้ว!

อนุทิน ชาญวีรกูล
แต่..แต่..ระวัง "เส้นขนบังภูเขา" ขณะที่หัวหน้าพรรค และแกนนำกำลังยิ้มหน้าบาน ฝันหวานถึงกระทรวงเกรดเอ วงในรายงานมาว่า มีหลายคนเริ่ม "หน้าถอดสี" เมื่อเห็นข่าวศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องเรื่อง "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" ไว้พิจารณา วินิจฉัย
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้อง บัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากจำนวน 6 คน ได้แก่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์

นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ทั้ง 6 คน เห็นว่า คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46

ส่วน เสียงข้างน้อยประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม... นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล
เห็นว่า ไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2563

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
อ้าว! งานเข้าสิครัช ครานี้

กรณี "บาร์โค้ด" เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ นะเธอ เพราะถ้าศาลฯ ท่านวินิจฉัยออกมาว่า "บาร์โค้ด" ทำให้การเลือกตั้ง "ไม่เป็นความลับ" ขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้โหวตนายกฯ กันผ่านวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะกลายเป็น "โมฆะ" ยกแผงได้ง่ายๆ

ชนิดที่ว่าเก้าอี้นายกฯ และครม. ยังไม่ทันอุ่น ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านกันหมด!

อีกทั้ง งานนี้เหล่าสส. ที่เพิ่งตอกบัตร รายงานตัวไปหมาดๆ คงต้องลุ้นระทึกยิ่งกว่าลุ้นหวยออกว่าจะได้นั่งในสภากินข้าวฟรี หรือจะได้ไป "เลือกตั้งใหม่" เพราะไอ้เส้นดำๆ เล็กๆ บนกระดาษแผ่นเดียว

อย่างที่เขาว่ากัน การเมืองไทย "อะไรก็เกิดขึ้นได้" ดีลที่ว่านิ่ง...หวานๆ อาจจะกลายเป็นนิ่งสนิท แบบศาลาวัดได้ทุกเมื่อ ถ้าโดนบาร์โค้ด "สแกนกรรม" จนตกสวรรค์กันยกรัง!

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
++ “บวรศักดิ์” เสนอ ฟาสต์แทรก “ครม.อนุทิน 2” ปฏิบัติหน้าที่ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอแถลงนโยบายต่อสภาฯ

วันนี้ (19 มี.ค.69) จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยผู้ที่จะได้เป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ สภาผู้แทนราษฎรมี สมาชิก 499 คน มากกว่ากึ่งหนึ่งคือ ต้องมีเสียง 250 คน

ตามรายงานข่าวที่ปรากฏทางสื่อ บอกว่าพรรคภูมิใจไทย รวบรวมเสียงสนับสนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีได้แล้ว 292 เสียง ประกอบด้วย

ภูมิใจไทย 191 เสียง, เพื่อไทย 74 เสียง, พลังประชารัฐ 5 เสียง, ประชาชาติ 5 เสียง, เศรษฐกิจ 3 เสียง, เพื่อชาติไทย ,รวมไทยสร้างชาติ และไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง

ส่วนพรรคละ 1 เสียงก็มี พรรคใหม่ , รวมใจไทย , ไทยทรัพย์ทวี, รวมพลังประชาชน , มิติใหม่ ,ประชาธิปไตยใหม่ ,ทางเลือกใหม่ ,โอกาสใหม่

รวม16 พรรค 292 เสียง

ขณะที่พรรคประชาชน ก็มีความชัดเจนแล้วว่า จะส่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ขึ้นมาชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

จึงต้องจับตาท่าที พรรคกล้าธรรม ของ “ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” กับ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะโหวตอย่างไร

ที่ผ่านมาในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งพรรคกล้าธรรม และประชาธิปัตย์ “งดออกเสียง”

ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ มีมติออกมาแล้วให้ “งดออกเสียง”อีกครั้ง

ส่วนทำไมถึง งดออกเสียง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะอภิปรายชี้แจงในช่วงก่อนโหวต ขอให้รอฟัง

สำหรับพรรคกล้าธรรม แม้ว่าจะยังไม่มีมติพรรคออกมาชัดเจน แต่คาดว่าคงไม่โหวตให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯแน่ เพราะคนกล้าธรรม คงยังไม่ลืมคำพูดที่ว่า “มีส้ม ไม่มีเทา”

หากจับสัญญาณที่ออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ที่ “อนุทิน” พูดถึงผู้กองธรรมนัส ว่า “เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”

ขณะที่ “ผู้กองธรรมนัส” ตอบกลับไป ประมาณว่า ตัวเขานั้นเป็นคนที่ “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน”

ดังนั้น คาดว่า 58 เสียงของพรรคกล้าธรรม คง “งดออกเสียง” อีกครั้งเช่นกัน

ที่น่าสนใจ ยังมีอีกพรรคคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ “ลุงพี” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ก่อนเลือกตั้งสมาชิกพรรค ทั้ง “ก๊วนเสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น กับ กลุ่ม “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ต่างย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ปล่อยให้ “ลุงพี” อยู่เฝ้าพรรค
ผลการเลือกตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มา 2 ที่นั่ง เป็นสส.บัญชีรายชื่อทั้งคู่ คือ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรค กับ “ชัช เตาปูน” ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

“ลุงพี” คงเคอะเขิน หรือทำใจไม่ได้ หากจะไปร่วมโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ จึงลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้ “ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน แล้วพาพรรคไปร่วมรัฐบาล

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
“อรรถวิชช์” พูดชัดว่า 2 เสียง ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ

ด้วยเหตุผลว่า ต้องการขอเสียงรัฐบาลสนับสนุน ร่วมผลักดัน ร่าง กฎหมายสำคัญของพรรค 2 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการรใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่าง กฎหมายเสรีโซลาร์ และ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร

กลายเป็นว่า “พรรคดีเอ็นเอ ลุงตู่” สุดท้ายก็ไหลไปรวมที่ภูมิใจไทย ทั้งหมด

ดังนั้น ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ฟ้าถล่ม “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็คงได้รับเสียงโหวตให้เป็นนายกฯ ต่อเนื่องจากที่กำลังเป็นอยู่

ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ได้เสนอ “ทางลัด” ให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอแถลงนโยบายต่อสภาก่อน

หากว่าไปตามไทม์ไลน์ปกติ ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมา เมื่อสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการนำชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ และหลังจากมีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ จากนั้นจะมีการตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะเป็นรัฐมนตรีคนเดิม ก็ยังต้องตรวจสอบ ยืนยันคุณสมบัติอีกครั้ง

จากนั้นนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ คาดว่าจะได้ ครม.ชุดใหม่ ช่วงวันที่ 10-11 เม.ย. หรือไม่เกินวันที่ 16 เม.ย.69
“บวรศักดิ์” มองว่าล่าช้า

เพราะในสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านพลังงาน อันเป็นผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ประเทศไทยต้องอยู่ในภาวะไม่ปกติ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงสามารถนำ มาตรา 161 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญ มาใช้ โดยในการทูลเกล้าฯครม.ชุดใหม่ จะมีการ ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อให้ครม.มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤต แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก็ตาม

“บวรศักดิ์” บอกว่ารูปแบบนี้ จะทำให้การทำงานของ ครม.ชุดใหม่ มีอำนาจเต็มรวดเร็วขึ้น

ก็ต้องวัดใจ “อนุทินและครม.” ว่าจะเห็นพ้องตามข้อเสนอนี้หรือไม่ เพราะถ้าเอาด้วย ก็ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว