มติศาล รธน.6 ต่อ 3 รับวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ สั่งกกต.ยื่นคำชี้แจงภายใน15วัน พร้อมให้เวลาอีก15วันส่งบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีได้มาของพยานหลักฐาน นับแต่ได้รับหนังสือเรียก
วันนี้(18มี.ค.)ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
โดยกล่าวอ้าง ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้อง ที่ 1 เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 2 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 3 ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 98 และ มาตรา 224 ซึ่งศาลฯพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง อันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณี มีปัญหา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นการใช้ อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 ประกอบมาตรา 83 วรรคสอง คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213ประกอบพ.ร.ป.ว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 46 มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 มีคำสั่ง รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
ทั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 5 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 3 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่า ไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตามพ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้ผู้ถูกร้องทั้งสามทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก


