กฤษฎีกา ชี้ช่อง ความเป็น “คณะอนุกรรมการ 7 คณะ ในบอร์ดพีดีพีเอ” ที่บอร์ดพีดีพีเอชุดใหญ่แต่งตั้ง ยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ แม้ “ประธานบอร์ดฯและผู้ทรงคุณวุฒิ” จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไปแล้ว ตั้งแต่ 10 ม.ค. 69 อ้างความเห็น-ข้อกฎหมาย อนุฯ 7 คณะ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ด้วยกฎหมายต่อไปได้ จนกว่า “บอร์ดใหญ่ชุดใหม่” จะเข้ารับหน้าที่เช่นเดียวกัน ย้ำ! การปฏิบัตงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้สะดุดหยุดลง
วันนี้ (16 มี.ค.) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงนามในบันทึกเรื่องเสร็จที่ 215/2569 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พีดีพีเอ) แต่งตั้ง (กรณีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ)
โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) มีความเห็นว่า มีประเด็นต้องพิจารณาสองประเด็น โดยมีความเห็นแต่ละประเด็นดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง เมื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “ครบวาระการดํารงตําแหน่ง” อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้ง จะอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามคําสั่งแต่งตั้งเดิม ได้หรือไม่ และมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่
เห็นว่า มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กําหนดให้มีคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีหน้าที่และอํานาจตามมาตรา 163 รวมทั้งมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 15
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ตามหน้าที่และอํานาจที่มีอยู่ตามกฎหมาย
สําหรับกรณีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ครบวาระการดํารงตําแหน่งในวันที่ 10 มกราคม 2569 แต่ยังคงอยู่ในตําแหน่ง เพื่อดําเนินงานต่อไปได้จนกว่าประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 12 วรรคสอง
โดยในขณะที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ยังอยู่ในวาระการดํารงตําแหน่ง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้อาศัยอํานาจตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจํานวน 7 คณะ
บทบัญญัติดังกล่าว มิได้กําหนดวาระการดํารงตําแหน่งหรือเหตุพ้นจากตําแหน่งของประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการไว้เป็นการเฉพาะ เมื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ยังคงอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปได้
“จนกว่าประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามหลักความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดินย่อมมีผล ทําให้หน้าที่และอํานาจตามกฎหมายของคณะกรรมการชุดเดิม ยังมีอยู่เช่นเดิม และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการชุดเดิมก็ยังคงมีผลโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป”
คณะอนุกรรมการชุดเดิม ที่ได้รับแต่งตั้งไว้ จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ด้วยกฎหมายต่อไปได้ จนกว่าคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการที่เป็นการช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดหยุดลง ตามแนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องเสร็จที่ 1432/2558 และเรื่องเสร็จที่ 66/2566
แต่หากคณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการชุดเดิมได้แต่งตั้งไว้ย่อมสิ้นสุดลงไปพร้อมกับคณะกรรมการชุดเดิมดังกล่าวด้วย
เพราะอํานาจการแต่งตั้งตามกฎหมายของคณะกรรมการชุดเดิมได้สิ้นสุดไปแล้ว และคณะกรรมการชุดใหม่ย่อมมีหน้าที่และอํานาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ตามที่เห็นสมควรต่อไป
สําหรับสิทธิในการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นนั้น เมื่อประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการยังคงอยู่ในตําแหน่งและสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จึงมีสิทธิ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่มาตรา 17 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กําหนดไว้
ทั้งนี้ ตามแนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องเสร็จที่ 121/2551 และเรื่องเสร็จที่ 66/2566
ประเด็นที่สอง หากคณะอนุกรรมการดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระจะอาศัยบทบัญญัติมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ขึ้นใหม่ได้หรือไม่
เห็นว่า แม้ว่าได้ให้ความเห็นในประเด็นที่หนึ่งแล้วว่า คณะอนุกรรมการสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่หากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปตามมาตรา 12 วรรคสอง
เห็นสมควร แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพิ่มขึ้นจาก 7 คณะ ที่เคยแต่งตั้งไว้แล้ว หรือเปลี่ยนแปลงคําสั่งเดิมบางส่วนหรือยกเลิกคําสั่งเดิมและออกคําสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่แทนชุดเดิม โดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง เพราะบทบัญญัติมาตรา 12 วรรคสอง
“มีความมุ่งหมาย ให้คณะกรรมการชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่และใช้อํานาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไปได้ ซึ่งหมายถึงหน้าที่และอํานาจทั้งหมดที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ โดยรวมถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย”


