“มาร์ค อิสริยะ” สส. พรรคประชาชน แนะสร้าง Dashboard หรือระบบข้อมูลน้ำมันกลางของรัฐบาล ให้ปั๊มแต่ละแบรนด์นำเสนอข้อมูลน้ำมันของปั๊มในเครือ ผ่านโซเชียลและอัปเดตทุกวัน เพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความกังวลของประชาชน
วันนี้ (16 มีค.) นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ และ นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สำรวจสถานการณ์หน้าพื้นที่หน้าปั๊มน้ำมันหลังจากที่ประชาชนออกมารอเข้าแถวต่อคิวซื้อน้ำมันจำนวนมากหลังสงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้นจนนำมาสู่การตรึงราคาน้ำมัน
นายอิสริยะ กล่าวว่า เช้านี้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์หน้าปั๊มน้ำมันโซน กทม. รอบนอก ได้แก่ หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา บึงกุ่ม ร่วมกับ ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายพลังงาน สิ่งที่พบคือน้ำมันดีเซลขาดแคลนหนักมาก มีปั๊มแห่งหนึ่งที่ได้สอบถาม บอกว่า น้ำมันมาลงประมาณเวลา 02.00 น. ปั๊มเปิดเวลา 05.00 น. พอถึงสัก 08.30 น. น้ำมันดีเซลก็หมดเกลี้ยงแล้ว ถ้าจะเติมต้องมาใหม่พรุ่งนี้เช้าเท่านั้น และจากที่คุยกับปั๊มอื่นๆ ในโซนนี้ก็ได้รับคำตอบแบบเดียวกัน
นายอิสริยะ กล่าวว่า ขนาดกรุงเทพรอบนอกยังหนักขนาดนี้ แล้วจังหวัดอื่นๆ จะหนักขนาดไหน ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก ตนคิดว่าสถานการณ์น้ำมันดีเซลขาดแคลนในช่วงเวลานี้ หากเราเชื่อมั่นในข้อมูลของรัฐบาลที่บอกว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองมากพอ (“มากที่สุดในอาเซียน” ตามที่นายกฯ บอก)
การที่หน้าปั๊มขาดแคลนน้ำมัน คงเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักคือ
1. Distribution หรือการขนส่งน้ำมันจากคลังน้ำมันไปตามปั๊มต่างๆ ทราบมาว่า ตอนนี้มีการจำกัดโควตาของแต่ละปั๊มแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มี (บางค่ายจำกัดโควตาต่อวัน บางค่ายจำกัดต่อเดือน) จึงไม่น่าแปลกใจที่พอน้ำมันมาลงที่ปั๊มแล้ว หมดเร็วกว่าปกติ
ตนคิดว่า รัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนว่า สถานการณ์ของการขนส่งน้ำมันในช่วงนี้เป็นอย่างไร เรามีรถขนส่งน้ำมันทั้งหมดกี่คันในระบบ มีอัตราการใช้งานมากน้อยแค่ไหน และเราจะสามารถกระจายน้ำมันไปยังปั๊มต่างๆ ได้ดีขึ้นได้อย่างไร
2. Information สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการทราบที่สุด คงเป็น “ข้อมูล” ว่า ปั๊มที่ใกล้บ้านของแต่ละคน ตอนนี้มีน้ำมันดีเซลขายหรือไม่ ถ้าไม่มี น้ำมันจะเติมเข้ามาเมื่อไร เพื่อที่ว่าประชาชนจะได้ไม่ต้องออกมาตระเวนไล่ถามไปตามปั๊มต่างๆ หรือเข้าคิวรอกันยาวๆ โดยไม่มีข้อมูลช่วยตัดสินใจว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน
นายอิสริยะ กล่าวว่า การสร้างระบบข้อมูลน้ำมันกลางของรัฐบาล หรือที่เรียกว่า dashboard อาจทำได้ไม่ทันท่วงที แต่ถ้าปั๊มแต่ละแบรนด์สามารถนำเสนอข้อมูลน้ำมันของปั๊มเครือตัวเองผ่าน social แบบง่ายๆ มีรอบการอัพเดตข้อมูลที่ชัดเจน (เช่น ทุก 6 หรือ 8 ชั่วโมง) ย่อมจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมากแน่นอน
แถมเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำยาก เพราะปั๊มมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว เจ้าของปั๊มรายหนึ่งได้โชว์การรายงานสถานะน้ำมันของแต่ละพื้นที่ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ตนดูว่าทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว สิ่งที่เหลือมีแค่การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมาเผยแพร่ผ่านช่องทางที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้เท่านั้นเอง
นายอิสริยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานการณ์โลกเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่การขนส่ง จัดจำหน่าย และเปิดเผยข้อมูลน้ำมันในประเทศเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ ในฐานะ สส. ก็ต้องฝากแนวทางเหล่านี้ไปยังรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่กำลังเดือดร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ


