“เอกนิติ” ควงผู้ค้าน้ำมัน แถลงยืนยัน ไทยมีน้ำมันพอ 96 วัน แจง เหตุปั๊มขาดแคลนมาจาก ปชช.ตื่นตระหนก-การจัดการ หอการค้า เผย ใต้กังวลขาดแคลน เหตุความต้องการไม่สะท้อนความเป็นจริง ขอเป็นตัวกลางสื่อสารถึงสมาชิกทั่วประเทศ ยังมั่นใจ รบ.ดูแลเป็นธรรม
วันนี้ (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุม ศบก. ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานว่า สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ยังมีความรุนแรงอยู่ ส่วนในเรื่องน้ำมันในประเทศ วันนี้ทางกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า น้ำมันดิบยังสามารถบริหารจัดการได้ และมีเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน นอกจากนี้ วันนี้นายกฯได้เชิญทางประธานบริหารของบริษัท ปตท. ผู้แทนของภาคเอกชน ผู้ค้าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 7 ที่เกี่ยวกับดูแลเรื่องปั๊มต่างๆ ในประเทศไทยทั้งหมด เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ว่า ทำไมจึงมีความกังวล ซึ่งทุกคนยืนยันว่า น้ำมันยังเพียงพอตามที่กระทรวงพลังงานได้ประกาศไป ส่วนน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล เราอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอแน่นอน สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องปัญหา ว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่า ราคาและน้ำมันถึงมีไม่เพียงพอ โดยได้ให้ไปชี้แจงในเรื่องการสื่อสารและให้ไปดูแลในเรื่องของการขนส่ง เพราะสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง อาจจะทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนกเลยไปเกิดการเร่งซื้อกักตุนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้มีบางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งกระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอ ให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ามันไม่ได้ขาด
นายเอกนิติ กล่าวว่า เราได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอที่จะเอามากลั่นที่ประเทศไทย เพื่อจะกระจายไปให้กับผู้ค้าน้ำมัน ที่จะออกมาเป็นเบนซิน หรือดีเซล ตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เพียงพอ ซึ่งวันนี้ได้มีการหารือถึงวิธีการบริหารจัดการ เนื่องจากในช่วงนี้อาจจะมีความกังวลว่า มันอาจจะขาดแคลนทุกคนเลยไปกักตุนน้ำมันไว้ก่อนทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้ำมันต่างๆ ตามปั๊มต่างๆ น้อยกว่าปกติ วันนี้เรามีข้อสรุปให้กระทรวงพลังงานอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามปั๊มต่างๆ มีเพียงพอจะได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการของประชาชนที่ขณะนี้อาจจะมีความกังวล อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องของมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอน
ด้าน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 39 วัน ขณะเดียวกัน มีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้นอีก 27 วัน และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมขั้นต่ำสุดจะมีน้ำมันอยู่ที่ 96 วัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศแน่นอน ส่วนที่ประชาชนไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทำให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจึงเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้มีความเพียงพอไม่ขาดแคลน ส่วนภาคอุตสาหกรรม ทางนายกฯได้สั่งการให้นัดหารือกับกลุ่มผู้ค้า ในการที่จะไปดูว่าน้ำมันจะไปภาคอุตสาหกรรมด้วยวิธีไหนในเงื่อนไขที่ยุติธรรม
ขณะที่ นายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดิบของ ปตท. มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งมีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต สามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆจากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงละตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียง และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโครงการของ ปตท. มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60% ของประเทศยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต๊อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไป
จากนั้นผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศไทย ทั้ง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ ต่างแถลงยืนยันว่า ผู้ค้ามีทุกรายมีน้ำมันมีเพียงพอในการให้บริการประชาชนอย่างแน่นอน
ด้าน นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเพิ่งกลับจากการประชุมเศรษฐกิจภาคใต้ 14 จังหวัด จึงได้นำความกังวลมาสื่อสารในที่ประชุม ศบก.วันนี้ ว่า ชาวภาคใต้มีความกังวลเรื่องความขาดแคลนน้ำมัน บางปั๊มตามต่างจังหวัดที่ไม่มีน้ำมันอาจมาจากเรื่องของความต้องการที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง และโดยปกติรถบรรทุกในบริษัทใหญ่จะเติมน้ำมันที่ซื้อตรงจาก Jobber หรือโรงกลั่น แต่เนื่องจากราคาน้ำมันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างการขายปลีกกับขายส่ง ทำให้ผู้ประกอบขนส่งส่วนหนึ่งมาเข้าคิวซื้อที่ปั๊มเพราะราคาถูกกว่า เชื่อว่า รัฐบาลจะมีมาตรการมาดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม ในส่วนของสภาหอการค้าฯจะทำหน้าที่รับข่าวสารจากตรงนี้เพื่อสื่อถึงหอการค้าที่เป็นสมาชิกทั่วไปประเทศได้ทราบ


