“ผศ.ดร.วันวิชิต” เชื่อ พลังงานไทย ยังมั่นคง แม้สถานการณ์ไม่ปกติ แนะรัฐสื่อสารข้อเท็จจริง ชี้ สงครามมีแววยืดเยื้อ รัฐ-ประชาชน ต้องร่วมกันรับมือ
วันนี้ (15 มี.ค.) ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นต่อสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ภายใต้บริบทความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนว่า
ณ ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความมั่นคงทางพลังงาน ถึงจะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติของปริบทโลกก็ตาม แน่นอน มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนแน่แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตและรัฐบาลยังสามารถรับมือได้ กระนั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ควรถูกสื่อสารต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในประเด็นความไม่แน่นอนของสงครามที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานโลกในระยะต่อไป
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน การสื่อสารของภาครัฐมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยควรยึดหลักข้อมูลข้อเท็จจริง อธิบายบริบทเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานโลก และทำให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมอย่างรอบด้าน เพื่อลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวในโลกออนไลน์
“สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องกล้าพูดกับประชาชนว่า ขณะนี้สถานการณ์โลกไม่ปกติ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อ ซึ่งย่อมมีผลต่อเศรษฐกิจและพลังงานทั่วโลก ประเทศต่างๆ จึงต้องเตรียมมาตรการรองรับ” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต ยังเห็นว่า การรับมือกับสถานการณ์พลังงานในช่วงเวลานี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลเท่านั้น แต่ประชาชนเองก็ต้องปรับตัว และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการเตรียมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
“การสื่อสารที่ชัดเจนว่าประเทศกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จะทำให้สังคมเข้าใจและพร้อมปรับตัวมากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว การรับมือกับวิกฤตระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและประชาชน” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
ทั้งนี้ ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า หากรัฐบาลสามารถสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และอธิบายทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศได้อย่างชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ และทำให้สังคมสามารถรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลกได้อย่างมีสติและเป็นระบบมากขึ้น.
สำหรับประชาชนขอให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องระดับโลก จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ ใช้น้ำมันอย่างประหยัด และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงการตุนเชื้อเพลิงเกินความจำเป็น ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคม ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
“ประชาชนก็จำเป็นต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ทั้งในเรื่องพลังงาน เศรษฐกิจ และรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งอาจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่”
ท้ายที่สุด การรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐและประชาชน ทั้งในด้านการสื่อสารข้อมูล การใช้พลังงานอย่างมีสติ และการเตรียมพร้อมต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น


