“ธีระศักดิ์” เข้ารายงานตัวเป็น สว.แทน “หมอเกศ” พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ยัน ไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด
วันที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 10.45 น.ที่รัฐสภา นายธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ เข้ารายงานตัวเป็น สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แทน น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษา ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี มีผลทำให้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกันว่างลง 1 ตำแหน่ง ส่งผลให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีสำรองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่
นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็น สว. กลุ่ม 19 จาก จ.เชียงราย มีอาชีพเป็นวิศวกร และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งตนมีปณิธานการทำงาน ในการมุ่งมั่นกลั่นกรองกฎหมายและเสนอแนะกฎหมายใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และจะติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และให้คำแนะนำอย่างมีคุณภาพ
นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการเมือง ตนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และจะทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ คือ สว. ต้องมีความเป็นอิสระต่อการเมือง และไม่คิดเป็นศัตรูกับใคร และจะพยายามมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในการทำงานจะมีการประสานกับเพื่อน สว. และจะไม่ทำตัวให้แตกแยก ฝักใฝ่ฝ่ายใด เป้าหมายคือทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ การมี สว. คือ เพื่อสร้างความหลากหลาย เราจึงต้องให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อท้ายสุดแล้วจะได้กฎหมายและกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างดีและมีคุณภาพ
เมื่อถามว่า ประเด็นข้อกฎหมายที่ยังมีข้อกังวลหรือต้องการผลักดันเป็นพิเศษนั้น นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า บางกฎหมายยังคงมีปัญหาอยู่และมีความไม่ยุติธรรม ก็จะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น และในส่วนของ One Stop Service ในเรื่องของการลงทุนต่างๆ ก็ต้องทำให้โปร่งใส เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุด และอีกหลายอย่างที่มองว่ายังสามารถพัฒนาได้ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งเรายังตกอยู่ภายใต้แอปพลิเคชันของต่างชาติ ซึ่งตนเชื่อว่า เรามีมหาวิทยาลัยชั้นยอด ที่น่าจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ ซึ่งควรจะมีรายได้และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ต้องดูว่าประเด็นนี้มีหน่วยงานใดที่ช่วยเหลือได้บ้าง เพื่อช่วยให้ไม่เป็นภาระ และเป็นเสาหลักของบ้านได้
เมื่อถามถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง มีมติให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิดนั้น นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับกติกาและวิจารณญาณของกรรมการที่จะวินิจฉัย แต่ส่วนตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากเกินเขตอำนาจหน้าที่ของตน


