“เทพไท” ไม่ผิดคาด อนุกรรมการ กกต.เสียงข้างมากไม่ชี้มูลคดีฮั้ว สว. ชี้ เป็นยุคสีน้ำเงินครองเมือง หวั่นคดีสำคัญอย่างเขากระโดง อาจจบลงแบบไม่มีใครต้องรับผิดชอบเช่นกัน
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จากรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สังคมได้ตั้งข้อสังเกตและเกิดความวิตกกังวลต่อคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ 2 คดี คือ คดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง ว่า จะเงียบหายไปหรือไม่ จะถูกอำนาจทางการเมืองแทรกแซงหรือไม่ หรืออาจมีการเป่าคดี หรือยกฟ้องในที่สุด
นายเทพไท กล่าวว่า เมื่อเวลาผ่านไปและมีการเปลี่ยนรัฐบาลจากรัฐบาลอนุทิน 1 มาเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 หลายคนยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นว่าคดีสำคัญทั้งสองจะลงเอยอย่างไร
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้ประชุมพิจารณาและมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นค้านกับคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 โดยระบุว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 229 รายไม่มีมูลความผิด ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียง เห็นว่า ควรชี้มูลความผิด 134 ราย จากกลุ่ม สว. ปัจจุบัน 138 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำความเห็นเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องดังกล่าวแพร่กระจายออกไป มีแหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ยังมีสำนวนคดีอาญาอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ สว. ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม หลังจากอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนให้สอบสวนเพิ่มเติม โดยต้องดำเนินการตามคำสั่งให้รวบรวมสำนวนร่วมกับทาง กกต. และดำเนินการให้ครบถ้วน
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า ความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ในคดีฮั้ว สว. ยังไม่มีผลเด็ดขาดต่อการสอบสวนในคดีอาญาอั้งยี่และฟอกเงินของดีเอสไอ เนื่องจากเป็นการสอบสวนตามกฎหมายคนละฉบับกัน และดีเอสไอยังต้องดำเนินการตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ รวมทั้งรอดูผลการพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ด้วย
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ยังมีอีกหนึ่งสำนวนที่จะต้องเสนอให้ กกต. ชุดใหญ่พิจารณา คือ สำนวนคดีอาญาอั้งยี่และฟอกเงิน โดยในความเป็นจริง หากความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 ไม่ชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ถูกส่งไปยัง กกต. ชุดใหญ่ ก็สามารถวิเคราะห์ล่วงหน้าได้ว่า กกต. อาจเห็นชอบตามข้อเสนอของอนุกรรมการชุดดังกล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของสังคม ที่มองว่า เมื่อรัฐบาลของนายอนุทินเข้ามาบริหารประเทศและกุมอำนาจรัฐ คดีสำคัญทั้งสองคดีอาจมีแนวโน้มเป็นไปตามทิศทางดังกล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า การเมืองในช่วงนี้เป็นการเมืองของขบวนการสีน้ำเงินที่กำลังกินรวบอำนาจทางการเมืองของประเทศไทย และเป็นยุคที่สีน้ำเงินครองเมือง ทำให้หลายเรื่องอาจเป็นไปตามที่ฝ่ายสีน้ำเงินต้องการ
“เชื่อว่า คดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง สุดท้ายก็อาจจบลงโดยไม่มีใครมีความผิดหรือรับผิดชอบ และที่ดินเขากระโดงก็ไม่สามารถนำกลับคืนมาเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้” นายเทพไท กล่าว
“ผมมองว่า เรื่องนี้ “ชัวร์ยิ่งกว่าเปิดถ้วยไฮโลแทงด้วยซ้ำไป” พร้อมขอให้สังคมและผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ทำใจ และจับตาดูต่อไปว่า ขบวนการสีน้ำเงินจะกินรวบการเมืองของประเทศไทยอย่างไรต่อไป” นายเทพไท กล่าว


